5 วิธีการออกหนังสือของตัวเอง โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท

ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะมีคำถามว่า ถ้าอยากออกหนังสือ แต่เราไม่มีเงินทุนเริ่มต้นเลย เราจะออกหนังสือได้ไหม ขอตอบสั้น ๆ ว่า “ได้” ครับ อ้าว แล้ว จะทำได้อย่างไร ผมขอไล่ให้ฟังทีละข้อนะครับ

1. เขียนเสร็จไปออกกับสำนักพิมพ์

คือพอเราเขียนเสร็จแล้ว ถ้าเราคิดว่า งานเขียนเราดีพอ ก็ไปนำเสนอกับสำนักพิมพ์เลยครับ จะว่าไปแล้ว นักเขียนส่วนใหญ่ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละครับ น้อยคนที่จะมาพิมพ์เอง

แต่ทางเลือกนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะเนื่องจากสำนักพิมพ์เขาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ดังนั้น เขาคงต้องดูอย่างละเอียดแหละครับว่า งานเราน่าจะขายได้ไหม แต่ก็อย่าท้อใจครับ ถ้าสำนักพิมพ์แรกปฏิเสธ แต่เรายังคิดว่างานเราดี ก็หาต่อไปเรื่อย ๆ ผมว่าก็คงจะต้องมีสักแห่งแหละครับ ที่เขามีความคิดว่างานเราน่าจะเข้าขั้น (คนเขียน Harry Potter ก็ถูกปฏิเสธมากว่า 10 สำนักพิมพ์ จนกระทั้งมีแห่งหนึ่งยอมตีพิมพ์ให้ และก็เป็นตำนานอย่างที่เราทราบกัน)

2. เขียนเสร็จแล้ว ให้คน Preorder

ถ้าไม่อยากไปติดต่อสำนักพิมพ์ เพราะว่า สำนักพิมพ์อาจจะปฏิเสธ หรือ ขอให้เราเปลี่ยนเนื้อหา ซึ่งเราไม่อยากเปลี่ยน ก็ทำเองก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่มีเงินทุน เราก็เขียน concept แล้วก็เปิดให้คน Preorder เอาก็ได้ครับ

ทางเลือกนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่มีคนติดตามมาบ้างพอสมควร เช่นการเปิด Page ใน Facebook (ซึ่งก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร) แล้วเขียนเรื่องที่เราชอบ เราเชี่ยวชาญ ถ้าเราเขียนได้ดีจริง และเรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน สุดท้ายก็จะมีคนติดตามเรามากขึ้นเอง แต่ถ้ายังมีคนตามน้อย ก็แปลว่าเรายังเขียนได้ไม่ดีพอ อาจจะเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งซึ่งเตือนเราก็ได้ครับว่า เราอาจจะยังไม่พร้อม

แต่ถ้ามั่นใจ ก็ลุยเลยครับ ประกาศใน Facebook ส่วนตัว หรือใน Page ของเราเลยว่าเราจะเขียนเรื่องนี้ สารบัญเป็นอย่างนี้ ใครสนใจโอนเงินมาได้ จะพิมพ์จำนวนจำกัดเฉพาะผู้ที่โอนเงินมาเท่านั้น ถ้ามีจำนวนมากพอ เราก็นำเงินจำนวนนั้นแหละครับ ไปทำหนังสือ คือไปออกแบบให้สวย และไปพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม

อ้อ และเดี๋ยวนี้ มี Platform หลาย ๆ แห่งก็อนุญาตให้เราทำแบบนี้ได้เหมือนกันนะครับ เช่น ของ Ookbee เขามี option print on demand ให้ คือเราแค่ upload file งานไป แล้ววางจำหน่าย ใครสนใจซื้อ เขาก็พิมพ์ให้ตาม demand อะไรแบบนี้ ก็สะดวกดีครับ ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ที่ pod.ookbee.com นะครับ

3. เขียนแล้วจำหน่ายเป็น Ebook

คือถ้าไม่ต้องการทำให้สวยเลย ก็ Word ง่าย ๆ นี่แหละครับ แล้วเข้าไป Load เป็น Ebook ซึ่งปัจจุบันก็มี Platform ให้เราเลือกมากมายเช่น Ookbee เป็นต้น หรือใครมีฝีมือหน่อยก็ทำ Graphic หนังสือเราเองก็ได้ครับ หรือไม่ก็เอายอดจำหน่ายช่วงต้น ไปลงทุนทำหนังสือให้สวยขึ้น แล้ว upload file ขึ้นใหม่ก็ได้อีกเหมือนกันครับ

4. เขียนแล้วหาคนลงทุนให้

อันนี้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ ถ้าเราคิดว่างานเขียนเราดี และอยากพิมพ์หนังสือเอง แต่ไม่อยากไปพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ลองเอางานเขียนเราไปให้คนที่พอมีเงินลงทุน จะเป็นญาติเรา เจ้านายเรา หรือใครก็ตามที่คิดว่าเขาอาจจะสนับสนุนเรา และขอเงินมาลงทุน โดยเราอาจจะบอกว่า เมื่อได้ยอดขายมาแล้ว จะนำมาทยอยคืน หรือ แบ่ง % กันอะไรแบบนี้

อันนี้อาจจะรวมถึงการระดมทุนกับเพื่อน ๆ คนรู้จักด้วยนะครับ เพราะบางทีการไปขอเงินลงทุนจากคน ๆ เดียว เป็นจำนวนมาก เขาก็อาจจะลังเล แต่ถ้าบอกว่า ขอคนละพัน คนละหมื่น แบบหุ้นกัน แล้วมียอดขายแล้ว จะนำมาแบ่งคืนกัน บางทีอาจจะเป็นไปได้ แล้วเผลอ ๆ เพื่อน ๆ ที่ช่วยลงทุนนี่แหละครับ จะช่วยเรา promote หนังสือซะด้วย

5. จัดทำ course แล้วนำเงินที่ได้มาทำหนังสือ

หลายคนคงเคยเห็นว่า นักเขียนบางคนหลังจากออกหนังสือ เขาก็ไปทำ course ในเรื่องที่เขาเขียนนั่นแหละครับ และต้องบอกว่า บางที (และส่วนใหญ่ด้วย) รายได้จากการทำ course มักจะสูงกว่ารายได้จากการออกหนังสือซะด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเราไม่มีเงินออกหนังสือล่ะ ก็หาเงินจาก course ก่อนก็ได้ครับ ลองดู เช่น ลองประกาศว่าเราจะสอนเรื่องที่เราจะเขียนหนังสือดู ถ้ามีคนสนใจพอสมควร เขาโอนเงินมาแล้ว ก็นำเงินไปจ่ายค่าสถานที่และค่าจัดการอื่น ๆ และนำเงินส่วนที่เหลือมาสะสมไว้ออกหนังสือ ไม่แน่นะครับ บางทีจัด course 2-3 ครั้ง (หรือแม้กระทั่งครั้งเดียว) ก็อาจจะมีเงินพอที่จะนำไปออกหนังสือด้วยตัวเองแล้วครับ

ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ และจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกข้อใดข้อหนึ่งด้วย ทำหลาย ๆ ข้อพร้อม ๆ กัน ก็อาจจะเป็นไปได้ครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการออกหนังสือเอง โดยไม่ต้องใช้เงินตัวเองสักบาทครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Recommended Posts

2 Comments

  1. Cửa kính cường lực là thành phầm nghệ
    thuật cao, nếu con người dùng đúng cách
    thì tuổi lâu của nó vô cùng thọ.

  2. Chị em nên dùng gel lúc thực sự bị “khô hạn”,
    ko lân dụng thừa nhiều vì rất có thể lãnh đạm cùng
    với chuyện tình dục.


Add a Comment

Your email address will not be published.