ยิ่งล้มเหลว ยิ่งสำเร็จ

เคยได้ยินคำถามว่า “พรสวรรค์หรือพรแสวง” อะไรสำคัญกว่ากันไหมครับ ผมเคยได้ยินคำถามนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของนักฟุตบอล ซึ่งมีคนตั้งคำถามว่า นักฟุตบอลที่เก่ง ๆ นั้่น มันเกิดจากพรสวรรค์คือเกิดมาก็มีพื้นฐานดีแล้ว ไม่ต้องซ้อมมาก แต่พอเล่นอย่างกับอัจฉริยะ หรือ มันเป็นเพราะพรแสวง คือ ไม่ได้เก่งอะไร แต่พอซ้อมมาก ๆ ก็เก่งขึ้นมาเอง

พอระยะหลัง ๆ เราก็เริ่มได้ยินคำทำนองที่ว่า พรสวรรค์ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน มันก็เหมือนเรามีทุนอยู่ แต่มันอยู่นิ่ง แต่พรแสวง มันอาจจะเริ่มจากทุนที่น้อยก็จริง แต่ฝึกเข้าทุก ๆ วัน มันก็เพิ่มขึ้นมาได้เรื่อย ๆ จนบางทีมันอาจจะแซงพรสวรรค์ก็ได้

แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังอยู่ตรงนี้ครับ จริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องไปหาหรอกครับว่า อะไรมันสำคัญมากกว่ากัน ประเด็นคือ เราทำอะไรได้มากกว่า

ถ้าเป็นพรสวรรค์ เราทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ก็ชื่อบอกแล้วว่า พรจากสวรรค์ มันก็เหมือนกับสิ่งที่เราติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่พรแสวงนี่แหละครับเป็นสิ่งที่เราสามารถจัดการได้

ใครเกิดมามีพรสวรรค์ในเรื่องใด มันก็เหมือนเขามีจุด Start ที่เหนือคนอื่น แต่ถึงแม้ว่าเราไม่มีพรสวรรค์เท่าเขา มันก็แค่เรา Start ในจุดที่ต่ำกว่าเขา เพียงแต่ว่า เรายังสามารถสร้างพรแสวง จากการฝึกฝนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งเราอาจจะแซงเขาไปก็ได้

เอางี้ครับ สมมุติว่าผมมีพรสวรรค์ในเรื่องการยิงธนู ผมยิง 10 พลาด ตรงเป้า 9 ครั้ง ถ้าผมอยากยิงให้ได้ตรงเป้าสัก 90 ครั้ง ผมก็ยิ่งแค่ 100 ครั้งก็พอ จริงไหมครับ แต่ถ้าผมไม่ได้เกิดมาเก่งแบบนั้น ผมยิง 10 พลาด 5 ถ้าผมอยากยิงให้ตรงเป้า 90 ครั้ง สิ่งที่ผมต้องทำคือผมก็ต้องเพิ่มการยิงเป็น 180 ครั้ง

ดังนั้น ถ้าคิดอย่างนี้ สิ่งที่เราต้องทำมันก็แค่ทำให้มากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง และสิ่งนี้ เราควบคุมมันได้ คิดอย่างนี้เราจะสบายใจเพราะเรารู้ว่า ถ้าเราพยายามมากพอ เราจะทำสำเร็จในที่สุด

ดังนั้นอย่างแรกที่เราต้องทำคือ เราต้องหา “อัตราความสำเร็จ” ของเราให้ได้ก่อน เช่น ผมเขียนบทความ 10 บทความ จะเจอบทความที่คนอ่านมาก ๆ อยู่ 1 บทความ ดังนั้น อยากได้บทความแบบนั้น 10 บทความ ก็เขียนบทความให้ได้สัก 100 บทความก็พอ อะไรทำนองนี้

และความน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้ด้วยครับ พอเรายิ่งทำอะไรซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เข้าเราจะเก่งขึ้นด้วย อย่างตัวอย่างข้างบน จริง ๆ แล้ว ผมอาจจะไม่ต้องเขียนถึง 100 บทความก็ได้ เพราะตอนหลัง ๆ ผมจะเขียนบทความเก่งขึ้นโดยอัตโนมัติ ดังนั้นอัตราความสำเร็จ มันจะไม่ใช่อยู่ที่ 10 ต่อ 1 อีกต่อไป มันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ

คิดแบบนี้แล้ว เราจะสบายใจ เพราะทุกบทความที่เขียน ถึงแม้จะไม่สำเร็จ ไม่ค่อยมีคนอ่าน แต่เรารู้ว่าเรากำลังเดินทางไปสู่ความสำเร็จไงครับ นี่แหละครับ ที่เขาว่ากันว่า ความล้มเหลว จริง ๆ มันไม่ใช่คำตรงข้ามของความสำเร็จ แต่มันเป็นองค์ประกอบของความสำเร็จต่างหาก

เราอยากสำเร็จมาก ๆ ก็ล้มเหลวให้มันเยอะ ๆ กว่านั้นสิครับ มันเป็นกฎของความน่าจะเป็นนั่นแหละครับ ยิ่งล้มเหลวมากขึ้นเท่าไร ยิ่งสำเร็จเร็วขึ้นเท่านั้น ขออย่างเดียว ขอให้เราเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นก็พอ ไม่ใช่ว่าเราล้มเหลวในการทำสิ่งเดิม ๆ ตลอดเวลา แล้วหวังว่าวันหนึ่งมันจะสำเร็จ เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า

“ความบ้า คือการทำสิ่งซ้ำ ๆ เดิม แล้วหวังว่าจะได้รับผลที่แตกต่างออกไป”

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho