ประสบความสำเร็จแล้วจะมีความสุข จริงหรือ

ประสบความสำเร็จน่าจะทำให้เรามีความสุข แต่โดยรวมแล้ว เราจะมีความสุขมากกว่าไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่ อาจจะต้องลองคิดกันดูให้ดี

Continue reading

Book Review: The Origin of Happiness

ต้องเริ่มเล่าว่าผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาเนื่องจากผมติดตามผลงานของอาจารย์ณัฐวุฒิ เผ่าทวี มาได้สักพักแล้ว และได้มีโอกาสเจอกับอาจารย์เป็นการส่วนตัว

อาจารย์ณัฐวุฒิดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์แห่งความสุขที่ Warwick Business School และมีผลงานเป็นหนังสือภาษาไทยหลาย ๆ เล่ม ที่ผมได้อ่าน พอทราบว่าอาจารย์มีผลงานเป็นหนังสือภาษาอังกฤษด้วย จึงไม่ลังเลที่จะอ่าน

เล่มนี้เป็นเล่มที่ 2 ที่ผมอ่านงานของอาจารย์ โดยเล่มนี้อาจารย์เขียนกับ อาจารย์หลาย ๆ ท่านที่ทำวิจัยร่วมกับอาจารย์

Style ของหนังสือเล่มนี้ ผมว่าคนที่มาแนวสายวิจัยน่าจะชอบ แต่ถ้าใครแนว How to หน่อย อาจจะอ่านยากหน่อย เพราะจะมีศัพท์ทางด้านสถิติอยู่ตลอดทั้งเล่ม แต่ส่วนตัวผมชอบนะครับ คือมันจะไม่ใช่คำแนะนำลอย ๆ แต่มันมาจากผลวิจัยที่ส่วนใหญ่ อาจารย์ทำเอง

เอาเป็นว่า ผมเอามาสรุปเป็นข้อ ๆ บอกก่อนนะครับว่า ไม่ได้ครอบคลุมทั้งเล่มครับ เลือกอันที่ผม Highlight ไว้ เพราะน่าสนใจครับ

1. ในเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วคนรวยมีความสุขมากกว่าคนจน

2. แต่ถ้าดูการเปลี่ยนแปลงในแต่ละประเทศนั้น กลับพบว่า การที่คนรวยขึ้น ไม่ได้ทำให้มีความสุขเพิ่มมากขึ้น

3. คนเรามักจะเปรียบเทียบรายได้กับคนที่เราสามารถเปรียบเทียบได้ (เช่น เพื่อนร่วมงาน พี่น้อง)

4. การศึกษาส่งผลต่อความสุขของคน แต่คล้ายกับเรื่องรายได้ เราก็มักจะเปรียบเทียบระดับการศึกษาของเรากับคนที่เรารู้จักเช่นกัน

5. จากงานวิจัยพบว่า ใน 25 ปีที่ผ่านมา เงินที่เราลงทุนไปในบริษัทที่ติดอันดับ 100 บริษัทที่คนอยากทำงานด้วย จะให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในบริษัทอื่น ๆ ถึง 50%

6. การตกงานเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากกว่าประสบการณ์อื่น ๆ และเราไม่สามารถจะปรับตัวเข้ากับสิ่งนี้ได้ มันจะเหมือนเป็นแผลเป็นทางจิตวิทยาของเรา

7. ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดส่วนบุคคลส่งผลอย่างมากกับความสุขของเรา

8. การที่เรามีรายได้เพิ่มสูงขึ้นเท่าหนึ่ง จะทำให้ความสุขเราเพิ่มขึ้น 0.2 หน่วย (จาก Scale 0-10) และคนเราสนใจรายได้เชิงเปรียบเทียบมากกว่า ตัวรายได้เอง

9. การตกงานจะทำให้ความสุขเราลดลง 0.7 หน่วย (จาก Scale 0-10) และจะสร้างความกลัวและความไม่สบายใจกับคนที่ทำงานอยู่ โดยการที่เพื่อนร่วมงานเราตกงาน จะทำให้ความสุขของคนที่ทำงานอยู่ลดลง 2 หน่วย

10. การที่เรามีคู่จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น 0.6 หน่วย เมื่อเทียบกับการอยู่คนเดียว ในทางกลับกัน การสูญเสียคู่ของเราทำให้ความสุขเราลดลงในปริมาณที่เท่ากัน

11. ความซึมเศร้าหรือความกังวลใจเกิดขึ้นบ่อยกว่าการตกงาน และลดความสุข 0.7 หน่วย

12. การได้เรียนเพิ่มขึ้นอีก 1 ปีจะทำให้คนมีความสุขเพิ่มขึ้นทางตรง 0.03 หน่วย แต่จะส่งผลทางอ้อมผ่านรายได้และสุขภาพจิต

13. เมื่อเราอายุเยอะขึ้น ความเหงาจะส่งผลต่อความสุข ถ้าความเหงาเพิ่มขึ้นด้วยขนาด 1 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความสุขจะลดลง 0.5 หน่วย (บอกแล้วครับว่าศัพท์สถิติตลอดเล่ม 555)

14. ความเชื่อถือคนอื่นทำให้เกิดความสุข ถ้าเราเชื่อคนอื่นจาก 0% ไปเป็น 100% ความสุขเราจะเพิ่มขึ้น 1 หน่วย

15. ถ้ารายได้ของคนในประเทศโดยรวมเพิ่มขึ้น ความสุขของคนประเทศนั้นจะไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากถ้าคนหนึ่งรายได้เพิ่ม ถึงแม้เขาจะมีความสุขเพิ่ม แต่อีกคนที่ไม่ได้รายได้เพิ่มจะมีความสุขลดลง

16. ความสุขของเด็กขึ้นอยู่กับสุขภาพจิตของแม่ และสิ่งนี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก แต่ถ้าเป็นเรื่องของผลการเรียน ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลคือรายได้และการศึกษาของผู้ปกครอง

17. ประเทศที่โดยรวมมีความสุขมากที่สุดในโลกคือประเทศ Denmark (คะแนน 7.5 เต็ม 10) และน้อยที่สุดได้แก่ซีเรีย (คะแนน 3.4) และ Central African Republic (คะแนน 2.7)

18. สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในเรื่องความสุขคือความสัมพันธ์กับสังคมรวมถึงสุขภาพกายกับสุขภาพจิตของเรา

19. ปัญหาที่แย่ที่สุด ไม่ใช่เรื่องความยากจนหรือการตกงาน แต่เป็นเรื่องสุขภาพจิตที่ย่ำแย่

20. ประเทศควรให้ความสำคัญในการสร้างสภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) มากกว่าการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth)

ต้องบอกว่าเป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลที่แน่นมาก ๆ เล่มหนึ่งเกี่ยวกับความสุขเลยครับ ใครสนใจลองหาอ่านได้ครับ ผมซื้อ Ebook จาก Amazon ลองดูตาม Link นี้ได้ครับ https://amzn.to/31hZjtn

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify Youtube หรือ Blockdit

16 ข้อคิดที่ได้จากหนังสือความสุขฉบับพกพา

หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่คุณเอ๋ นิ้วกลม แต่งขึ้น คู่กับหนังสือที่ชื่อว่า ปัญญาฉบับกระเป๋า ด้วยความที่ผมเป็นแฟนหนังสือคุณเอ๋ มานานพอสมควรแล้ว และยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสุขที่ระยะหลังผมก็ชอบอ่านแนวนี้ ก็ไม่ลังเลที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน

นอกจากได้รับลายเซ็นจากคุณเอ๋แล้ว ผมว่าหนังสือเล่มนี้ได้ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตหลายข้อเลย ก็เช่นเคยครับ อยากจะนำมาฝาก เผื่อใครจะลองตามไปหาอ่านกันดู

พร้อมแล้ว เริ่มกันเลยครับ

1. เคล็ดลับความสำเร็จข้อหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้าม คือความสามารถในการ “รอ”

2. ถ้าวันนี้ท้อใจกับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ให้คิดว่าเรื่องราวที่เราเจอในวันนี้ จะเป็นเรื่องเล่าที่มีรสชาติมากในวันที่เราสำเร็จ

3. รู้จักพูดคำว่า “ขอโทษ” เมื่อเราทำผิดพลาด และ “ขอบคุณ” เมื่อคนอื่นทำสิ่งดี ๆ ให้กับเรา

4. พยายามอยู่กับปัจจุบัน เพราะการคิดถึงอดีตมักจะทำให้เกิดความทุกข์ และการคิดถึงในอนาคตมักจะทำให้เกิดความกังวล

5. หากเจอปัญหา ให้ลองมองว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เราเก่งขึ้น

6. เราเลือกที่จะมองได้เสมอ ถ้าเรามองแต่ความทุกข์เราก็จะเห็นแต่ความทุกข์ กลับกันถ้าเรามองแต่ความสุข โอกาสที่เราจะมีความสุขก็จะมีมากขึ้น มันขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา

7. การเลิกรากับใครบางคนอาจจะทำให้จิตใจเราสงบลงก็ได้

8. เราแต่ละคนจะมีความสุขและความทุกข์กันคนละแบบ มองแบบนี้ได้ จะรู้ว่าชีวิตเรามันก็ไม่ได้แย่นักหรอก

9. ถึงแม้ว่าปัญหามันจะใหญ่แค่ไหน ถ้าเราวางมัน มันก็ไม่หนัก

10. ถ้ากำลังลังเลว่าเราจะทำสิ่งนี้ดีไหม ลองถามตัวเองว่า ถ้าทำไปแล้ว เรากิ่นอิ่ม นอนหลับ ดีไหม

11. การหมดหวังกับเรื่องหนึ่ง ไม่ได้แปลว่า เราจะหมดหวังไปหมดทุกเรื่อง

12. เราไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันก็การบ่งบอกว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

13. คนที่เรารักไม่มีวันจากเราไปไหนหรอก เขายังอยู่ในตัวเราตลอดไปนี่แหละ

14. ทุกอย่างมี “วันสุดท้าย” เสมอ ดังนั้นวันที่สำคัญที่สุดก็คือ “วันนี้”

15. ความเกลียดมันเกิดขึ้นง่าย มันจึงมีค่าน้อย ความรักมันเกิดขึ้นยาก มันจึงมีค่ามาก

16. ชมเมื่อเขาทำดี ปลอบใจเมื่อเขาทำพลาด คอยให้กำลังใจกันเมื่อเขาผิดหวัง

คืออ่านจบแล้ว และ มาเขียนรีวิวด้วย ผมก็ยังมีความคิดเช่นเดิมกับหนังสือเล่มนี้ คือ “อ่านเถอะครับ”

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify Youtube หรือ Blockdit

8 ข้อคิดจากหนังสือ The Happiness Track

หนังสือเล่มนี้จำได้ว่าซื้อมาจากงานหนังสือ Big Bad Wolf ครับ ส่วนตัวชอบหนังสือแนวเรื่องเกี่ยวกับความสุขอยู่แล้ว คราวนี้อ่านแล้ว เลยอยากสรุปเป็นแนวข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้มาฝากเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ

1. ข้อคิดผิด ๆ ที่เกี่ยวกับความสำเร็จ มี 6 เรื่องได้แก่ 1) อยากได้ความสำเร็จไปเรื่อย ๆ 2) จะสำเร็จได้ เราต้องผ่านความเครียดก่อน 3) พยายามโดยไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น 4) เน้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น 5) ทำเฉพาะสิ่งที่เราเก่งเท่านั้น 6) ต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น

2. 6 วิธีที่จะนำเราไปสู่ความสุขและความสำเร็จพร้อม ๆ กัน 1) อยู่กับปัจจุบัน 2) ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ 3) รู้จักจัดการพลังงาน 4) รู้จักหยุดซะบ้าง 5) เห็นอกเห็นใจตัวเอง 6) เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

3.  เลิกวิ่งไล่ตามอนาคตได้แล้ว

4. เลิกทำอะไรเกินตัว ล้มได้ ไม่ต้องฝืน ขอแค่กลับมายืนได้ใหม่อีกครั้ง

5. รู้จักจัดการพลังงาน เช่น การทำอะไรที่ทำให้เรารู้สึกดี เปลี่ยนสิ่งที่เราทำให้เป็นสิ่งที่เราอยากทำ มองภาพใหญ่ รู้จักขอบคุณ เวลาเลิกงานก็อย่ากลับไปทำงาน

6. การรู้จักหยุดพัก จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้เรา

7. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเราเอง อย่าเอาแต่โทษตัวเอง เพราะจะทำให้เราทำได้ไม่ดี ล้มเลิก ตัดสินใจแย่ ๆ และ ลืมความต้องการของตัวเองไป ให้เชื่อในความพยายามอย่าเชื่อในจุดแข็งของเรา

8. รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น อย่าเห็นแก่ตัว เรายิ่งให้ เรายิ่งได้

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ แต่งโดยอาจารย์ Emma Seppala เป็นผู้อำนวยการ Stanford’s Center for Compassion and Altruism Research and Education

ลองหาอ่านกันดูได้ครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify Youtube หรือ Blockdit

17 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ The Seven Spiritual Laws of Success

ต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้ ถือว่าเป็น Classic Book อีกเล่มหนึ่งในบรรดาหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จ

ผมได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้อ่านสักที จนกระทั่งวันหนึ่งเห็น Post ใน Facebook จำไม่ได้แล้วท่านใดเขียนถึง เลยคิดว่าคงต้องอ่านแล้ว เลยซื้อ Ebook มาทันที

ปรากฏว่าใช้เวลาไม่นานเลยครับ อ่านแล้วอินพอสมควร และเช่นเคย ผมคงไม่มา Review เป็นข้อ ๆ ว่ากฏทั้ง 7 ข้อมีอะไรบ้าง เพราะเชื่อว่าน่าจะมีหลายท่านรีวิวแนวนี้อยู่มากมายแล้ว แต่ขอรีวิวข้อคิดที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้ดีกว่าครับ

ขอเริ่มเลยนะครับ

1. ความสำเร็จมันคือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง

2. ความสำเร็จ จะครอบคลุมถึงสุขภาพ พลัง ความตื่นเต้นในการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ที่ดี ความมีอิสระ ความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และความสงบในจิตใจเรา

3. อำนาจที่ยึดติดอยู่กับตำแหน่งหรือสิ่งของคืออำนาจที่ไม่ยั่งยืน แต่อำนาจที่อยู่กับตัวเราจะยั่งยืนกว่า

4. เราควรหาเวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบ ทำสมาธิ และอย่าตัดสินใคร

5. อะไรมีขึ้น ต้องมีลง อะไรที่ไป จะต้องกลับมา

6. ยิ่งให้ ยิ่งได้ ถ้าเราอยากได้ความสุข ให้ความสุขกับคนอื่นมาก ๆ ถ้าเราอยากได้ความรัก รักเขาให้มาก ๆ ถ้าเราอยากให้ใครสนใจ สนใจเขาให้มาก ๆ ถ้าเราอยากรวย ช่วยให้คนอื่นรวยมาก ๆ ทางที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เราได้อะไร คือ ช่วยให้คนอื่นได้สิ่งนั้นมาก ๆ

7. เราปลูกอะไร เราก็จะได้สิ่งนั้น

8. เวลาจะตัดสินใจทำอะไร ถามตัวเอง 2 ข้อ 1) ผลของการตัดสินใจนั้นคืออะไร 2) ผลการตัดสินใจนั้นจะทำให้เราและคนอื่นที่ได้รับผลมีความสุขหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ทำ ถ้าไม่ใช่ ให้หยุดคิด

9. รู้จักยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังไว้ก็ตาม

10. ความรับผิดชอบคือการไม่ไปกล่าวโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่น รวมถึงตัวเราเอง ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่

11. อย่าไปบังคับให้ใครต้องมาคิดอะไรเหมือนกันกับเรา

12. อดีตคือสิ่งสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตคือสิ่งที่ไม่แน่นอน ปัจจุบันคือของขวัญของเรา ภาษาอังกฤษจึงใช้คำว่า Present (ซึ่งแปลได้ว่า ปัจจุบัน หรือ ของขวัญ)

13. อะไรที่เราสนใจ จะขยายใหญ่ อะไรที่เราที่เราไม่สนใจ ก็จะหายไปในที่สุด

14. โชดดี = เตรียมพร้อม + โอกาส

15. เราควรถามตัวเองว่า เราจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างไร เรามีความสามารถพิเศษในเรื่องใด

16. เราควรถามคำถามว่า “เราช่วยอะไรได้บ้าง” มากกว่า “เราจะได้อะไร”

17. ถ้าเรารู้จักการแบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ แจ่มใส และด้วยความรัก ทุกคนจะได้รับความสุขไปพร้อม ๆ กัน

นี่คือข้อคิดที่ผมได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ใครมีโอกาสลองหาอ่านกันดูนะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือ Twitter Nopadol’s Story หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

10 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ The Algebra of Happiness

สารภาพก่อนว่าตอนซื้อเล่มนี้มาไม่รู้เลยว่า Professor ท่านนี้ที่ืชื่อ Scott Galloway เขียนหนังสือที่ดังมากชื่อ The Four ที่พูดถึงบริษัทระดับโลก อย่าง Amazon Google Facebook และ Apple แต่ที่ซื้อเพราะเห็นชื่อหนังสือแล้วชอบ ตอนนี้กำลังสนใจเรื่อง Happiness เปิดดูผ่าน ๆ แล้วหัวข้อน่าสนใจ

แต่พอเปิดอ่านแล้ว ชอบเลยครับ อ่านรวดเดียวจบ ผมว่าส่วนหนึ่งคือ Background อาชีพคนเขียนตรงกับผม มันเลย relate ความคิดกันง่าย (คนอื่นอ่านอาจจะเฉย ๆ ก็ได้นะครับ)

คนเขียนเป็นอาจารย์ใน Business School ที่ New York University ครับ แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรง แต่พูดถึงการใช้ชีวิตมากกว่า

เอาแค่ Background แกก็ทึ่งแล้วครับ เช่น ตอนจบ ม.ปลาย ไปสมัคร UCLA เขาไม่รับ พ่อเลยให้ไปทำงานจัดชั้นร้านขายของชำ… แกเลยเขียนไปหา UCLA อีกว่า ถ้าไม่รับ แกต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่จัดชั้นในร้านขายของชำ UCLA ก็เลยรับ!

แล้วไม่ใช่ว่า จะทำตัวดี ตั้งใจเรียนนะครับ… คนอื่นเรียนจบ 4 ปี แกเรียน 5 ปี แล้วที่จบนี่คือไปขอเกรดอาจารย์ บอกว่าแกได้งานแล้ว ปล่อยแกไปเหอะ อย่างงี้เลย มาถึงงาน แกเข้า Merrill Lynch ซึ่งคนที่ทำงานสายการเงินคงทราบว่านี่คือบริษัทที่หลายคนอยากเข้า แต่แกบอกว่าที่เข้าได้เพราะบังเอิญ Manager ที่สัมภาษณ์แกเคยอยู่ทีมแข่งพายเรือในมหาวิทยาลัย เหมือนกับแกเท่านั้นแหละ ทำนองรุ่นพี่ชมรมอะไรทำนองนั้น…

เอาล่ะครับ นอกจาก Background ที่สุดแสนจะโลดโผนแล้ว สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้มีดังต่อไปนี้ครับ

1. เราควรมี Work – Life Balance แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเท่ากันตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต ทำงานให้หนักตอนหนุ่ม ๆ เราจะได้ใช้ชีวิตได้มากขึ้น ตอนเราอายุมากขึ้น

2. เงินสามารถซื้อความสุขได้ถึงจุดหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีเงินมากกว่าจุดนั้นไปแล้ว เงินที่มากขึ้น จะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

3. ให้เรารีบเอาเงินไปลงทุนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะยิ่งลงทุนเร็ว ผลตอบแทนที่ทบต้นจะส่งผลได้เยอะมาก

4. ความอดทนหารด้วยความล้มเหลว จะเท่ากับ ความสำเร็จ แปลว่าถ้ายิ่งเราอดทน เราจะยิ่งสำเร็จ และ ยิ่งเราล้มเหลวบ่อยเท่าไร แล้วเราเรียนรู้ เราก็จะยิ่งสำเร็จ

5. อย่าไปหาสิ่งที่เราลุ่มหลง ให้ไปหาสิ่งที่เราเก่ง ทำสิ่งนั้น แล้วเราจะสำเร็จ แล้วเราก็จะหลงรักคำชมที่เราจะได้จากความสำเร็จนั้นเอง

6. จงเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าเราสมควรจะได้รับสิ่งที่เราได้รับ (อย่ามีอาการที่เรียกว่า Imposter Syndrome)

7. อยากรู้ว่าเราควรเป็นผู้ประกอบการไหม ถามตัวเอง 4 คำถามคือ 1) เรากล้าพอที่จะทำงานแล้วอาจจะไม่ได้เงินเป็นผลตอบแทนกลับคืนมาไหม 2) เรากล้าจะเป็นคนที่คนอื่นรู้จักไหม 3) เราชอบการขายไหม 4) เรากล้าเสี่ยงไหม

8. โชคดีมาจากความกล้า เราลองกล้าไปบอกชอบคนที่เราแอบชอบ ไปขอขึ้นเงินเดือนจากหัวหน้า เราอาจจะได้สิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้มา

9. การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา คือการตัดสินใจเลือกคนที่จะมาเป็นพ่อหรือแม่ของลูกเรา (ไม่ใช่แค่ตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับใครเท่านั้น)

10. อยากมีชีวิตคู่ที่มีความสุข ให้ทำ 3 อย่าง 1) อย่ามานั่งนับคะแนนกันว่า ใครทำอะไรให้มากกว่าหรือน้อยกว่ากัน 2) อย่าปล่อยให้ภรรยาหนาวหรือหิว 3) บอกรักให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ก็เป็นอีกเล่มที่อ่านแล้วได้ข้อคิดดีพอสมควรเลยครับ อย่างว่าอาจจะเป็นเพราะคนเขียนเป็นอาจารย์ Business School เหมือนกับผมก็ได้เลยชอบเป็นพิเศษ แถมเรื่องราวประวัติของเขาก็น่าสนใจดี ลองหาอ่านกันดูได้นะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือ Twitter Nopadol’s Story หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/