ทำ OKRs สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเชื่อ

ถึงแม้ว่าผมจะบอกอยู่เสมอว่าการทำ OKRs นั้นจะช่วยสร้างแรงจูงใจภายในให้กับพนักงาน แต่ก็มักจะมีคำถามหรือข้อสงสัยตลอดว่า เวลาเอาไปใช้ในองค์กรจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะเข้าใจแนวคิด OKRs ว่าไม่ควรไปโยงกับแรงจูงใจภายนอก เช่น การขึ้นเงินเดือนหรือแจกโบนัส แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็มีพนักงานจำนวนไม่มากที่มีแรงจูงใจอยากจะใช้อย่างจริงจัง ส่วนที่เหลือก็ทำไปงั้น ๆ

ก่อนอื่น อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกตินะครับ จากประสบการณ์ของผม ผมยังไม่เคยเจอองค์กรไหนเลยครับ ที่ใช้ OKRs ครั้งแรกแล้ว ทุกคนชอบมาก มีแรงจูงใจกันสุด ๆ อะไรแบบนั้น ผมเชื่อว่าหลังจากได้รู้จัก OKRs จะมีคนอยู่ 2 กลุ่มเสมอ ผมเรียกว่าคนที่เชื่อ (Believer) กับคนที่ไม่เชื่อ (Nonbeliever)

และต้องบอกว่าไม่ได้ว่ากลุ่มไหนดีกว่ากลุ่มไหนนะครับ ความเชื่อเป็นสิ่งที่เราบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว มันต้องมาจากใจของคนนั้นเอง ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็มีสิทธิอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งสิ่งที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ก็เช่นกัน อ่านแล้วอาจจะคิดว่าใช่เลย หรือ อาจจะส่ายหน้าว่าไม่เห็นจริงเลย ก็สามารถทำได้โดยอิสระอยู่แล้วครับ

เพียงแต่จะบอกว่าเราเชื่ออย่างไร เราก็จะได้อย่างนั้นแหละครับ เริ่มต้นจากคนที่เชื่อก่อน พอเขาเชื่อ เขาก็จะมีแรงผลักดันอยากจะทำ OKRs เวลาคิด OKRs เขาก็จะนั่งคิดสิ่งที่เขาอยากทำมาก ๆ และตอบโจทย์องค์กร พอเริ่มเขียน OKRs เขาก็อยากที่จะลุกจากเตียงออกมาทำสิ่งนั้นทุกวัน เขา Update ความก้าวหน้าตลอด สิ้นไตรมาสเขาได้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยถึงความก้าวหน้าที่เขาได้ทำมากับหัวหน้า เขาได้รับ Feedback ที่มีประโยชน์ และก็นำกลับไปคิดว่า OKRs ในรอบหน้าจะทำอะไรต่อ

พอเห็นภาพไหมครับ คน ๆ นี้ เขาย่อมมีความสุข ความสนุก มีแรงจูงใจในการทำ OKRs มากขึ้นโดยธรรมชาติ ถ้าไปถามเขาว่า OKRs ดีไหม คำตอบของเขาก็แน่นอนว่าดีแน่นอน จริงไหมครับ

คราวนี้ตัดภาพมาที่คนที่ไม่เชื่อ แน่นอนพอเขาไม่เชื่อ พอบอกให้เขียน OKRs ก็เขียนไปอย่างงั้นแหละ เอา KPIs เดิมมาใส่บ้าง หรือ เขาบอกว่ามันไม่เหมือนกัน ก็คิดอะไรง่าย ๆ สบาย ๆ เอาเถอะจะได้จบ ๆ ไป ส่งให้เขา เขาจะได้ไม่ต้องมาตอบ

ระหว่างทางถามว่า OKRs ข้อนั้นเขาอยากทำไหม ก็ไม่ ยิ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องประเมิน ใครมันจะไปสนใจ ก็ลืม ๆ กันไป พอปลายไตรมาสพบกับหัวหน้า ถ้าทำได้ ก็บอกว่าเสร็จแล้วนะครับ ถ้าทำไม่ได้ ก็มีเหตุผลมาเล่า แล้วก็เริ่มไตรมาสใหม่ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงมากนัก

ถามว่า ถ้าไปถามคนกลุ่มนี้ว่า OKRs ดีไหม เขาก็อาจจะบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ทำไปแล้วก็ไม่ได้ดีขึ้น เผลอ ๆ อาจจะบ่นว่า มันเหมือนมีงานส่วนเพิ่มเข้ามา งานเดิมก็ยุ่งอยู่แล้ว เอาอะไรมาให้ทำเยอะแยะเกินไปหมด

พอจะเห็นภาพไหมครับว่า ความเชื่อนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่จะบอกว่า OKRs ที่ทำนั้นจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ

แต่พอพูดแบบนี้ ผู้บริหารอาจจะคิดว่า แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ที่จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานเชื่อในระบบ OKRs อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำนะครับ คือผู้บริหารเองควรจะมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง OKRs เป็นอย่างดีก่อน และในองค์กรควรสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน

ถ้าผู้บริหารยังไม่เข้าใจ หรือแต่ละคน ยังพูดคนละทิศ คนละทาง แบบนี้พนักงานก็ไม่รู้จะเชื่อใคร ใครถูก ใครผิดก็ไม่ทราบ ยิ่งเกิดความสับสนกันเข้าไปใหญ่

นอกจากที่ผู้บริหารจะต้องเข้าใจแล้ว เขาจะต้องเต็มที่กับการทำ OKRs ด้วยนะครับ คือไม่ใช่เอามาใช้เป็น Fashion ตอนนี้คนอื่นเขาใช้กัน เรามาใช้บ้างดีกว่า ทำแบบนี้ก็เหมือนไฟไหมฟาง ฮิตแป๊บเดียว เดี๋ยวก็เลิก ถ้าถ้าแม้กระทั่งตัวผู้บริหารยังไม่ได้มีความเชื่ออย่างแรงกล้าในการทำ OKRs จะหวังให้พนักงานอยากทำ OKRs ผมว่าเป็นไปได้ยากมาก ๆ ครับ

คราวนี้ถึงแม้ว่าผู้บริหารจะมีความรู้ความเข้าใจ และมีการฝึกอบรมเรื่อง OKRs ให้พนักงานเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ถึงแม้ว่าผู้บริหารเต็มที่กับการทำ OKRs แล้ว เชื่อเถอะครับ ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังไม่ค่อยเชื่ออยู่ดี ตรงนี้จะทำอย่างไร

ผมให้กำลังใจอย่างนี้ก่อนครับ สมมุติว่ามีคนเชื่อในระบบนี้สัก 10% อีก 90% ไม่เชื่อ เวลาทำ เราก็จะเห็นผลลัพธ์จากคน 10% นั้นก่อน แบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวหรอกนะครับ เพราะ 10% ก็ดีกว่า 0% คือถ้าเราไม่ได้ทำ เราจะไม่ได้แรงจูงใจภายในเพิ่มขึ้นจากพนักงานเลย

และผมก็มีความเชื่ออีกว่า ตอนแรกอาจจะ 10% แต่เมื่อคนอื่นเห็นคน 10% นี้ ทำงานอย่างมุ่งมั่นมีความสุข ผลลัพธ์มันดีขึ้นเรื่อย ๆ เขาจะเริ่มเชื่อมากขึ้นครับ เพราะเอาเข้าจริง OKRs มันไม่ได้มีต้นทุนอะไรมากมายเลย มันไม่ต้องใช้เวลา 3-4 ปีในการทำ มันเริ่มทำได้ไม่ยากเลยด้วยซ้ำ

ตรงนี้ถ้าผู้บริหารพยายามยกตัวอย่าง จัด Event ให้คนที่ทำ OKRs แล้วสำเร็จและมีความสุข มาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จเหล่านี้บ่อย ๆ ในองค์กร ก็ยิ่งทำให้คนในองค์กรอยากศึกษา อยากทำ เพิ่มมากขึ้น จาก 10% อาจจะกลายเป็น 20% 50% หรือเกือบจะ 100% เลยก็ได้

ลองเริ่มกันแบบนี้ก่อนนะครับ เอาใจช่วยทุกท่านครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.