มีวิสัยทัศน์และมุมมองต่าง ๆ

ถ้าสมมุติว่าอยู่ดี ๆ ผมถามว่า อีก 1 ชั่วโมง เราจะขับรถไปถึงไหน คิดว่าคนส่วนใหญ่คงถามกลับมาว่า ก็จะไปไหนล่ะ จริงไหมครับ เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าเราจะไปทางไหน เราก็จะบอกไม่ได้ว่าเราควรทำอะไร เมื่อไร อย่างไร

การทำธุรกิจก็เช่นกันครับ การตั้งเป้าหมายระยะยาวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะมองว่า จะไปตั้งเป้าหมายระยะยาวไปทำไม เพราะเดี๋ยวนี้โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แต่ผมกลับมองว่า ถึงแม้จะเปลี่ยนเร็วก็จริง แต่แนวโน้มหลาย ๆ อย่างมันก็ยังมีอยู่ เช่น ตอนนี้เราจะเห็นว่าจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคนมีอายุยืนขึ้น แถมอัตราการเกิดก็ลดต่ำลง หรือเรื่องการใช้ข้อมูลต่าง ๆ มาช่วยประกอบการตัดสินใจ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการดำเนินธุรกิจ พลังงานทางเลือกที่จะมาทดแทนพลังงานที่ได้จากน้ำมัน อะไรแบบนี้

ถ้าเราทำธุรกิจโดยไม่ดู Trend พวกนี้เลย มันก็อาจจะทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ไปเป็นจำนวนมาก หรือแย่กว่านั้น หากเราไปทำธุรกิจที่เรียกกันว่าตะวันตกดิน คือเป็นธุรกิจที่ถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยแล้ว อาจจะทำให้เราพบกับการขาดทุนมหาศาลเลยก็ว่าดี

นี่คือเหตุผลที่เกือบทุกธุรกิจจะมีการตั้งวิสัยทัศน์ หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Vision อยู่เสมอ วิสัยทัศน์คือการตอบคำถามที่ว่าเราอยากจะประสบความสำเร็จอย่างไรในอนาคต ดังนั้นวิสัยทัศน์จึงเป็นสิ่งที่เรายังไม่ได้ในปัจจุบัน แต่เป็นสิ่งที่เราอยากได้ ปกติธุรกิจก็ไม่ได้ตั้งและเปลี่ยนวิสัยทัศน์กันทุกวันหรอกนะครับ วิสัยทัศน์ก็คล้าย ๆ ความฝันของเรานั่นแหละ ถ้าใครเปลี่ยนความฝันกันทุกวัน ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

แต่พูดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามเปลี่ยนเลยนะครับ ถ้าสภาพแวดล้อม ลูกค้า หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มันเปลี่ยนไป เราก็สามารถกลับมาทบทวนวิสัยทัศน์ของเราได้ใหม่เสมอ และหน้าที่นี้ก็คงหนีไม่พ้นคนที่เป็นเบอร์ 1 ขององค์กร ร่วมกันกับผู้บริหารระดับสูง พอคนเหล่านี้จะนำพาองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายได้

นอกจากเราจะมีวิสัยทัศน์แล้ว เราจำเป็นที่จะต้องสื่อสารให้พนักงานในองค์กรทราบด้วยนะครับว่าความฝันองค์กรนี้คืออะไร เพราะถ้าเขาไม่ทราบ การทำงานในระดับปฏิบัติการ ก็จะเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ การสื่อสารจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

คราวนี้เมื่อเรามีวิสัยทัศน์แล้ว เราจำเป็นที่ต้องมีมุมมองที่หลากหลายที่จะทำให้เราบรรลุวิสัยทัศน์ที่ตั้งเอาไว้ ผู้บริหารที่ดีไม่ควรยึดติดกับแนวทางใดแนวทางหนึ่งมากจนเกินไป ควรเปิดรับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อจะได้ความคิดใหม่ ๆ แต่ในทางกลับกัน ก็ต้องมีความกล้าในการตัดสินใจ ไม่ใช่ใครให้ข้อคิดเห็นอะไร ก็ต้องเอียงไปทางนั้นทั้งหมด ใครพูดอะไรที ก็ทำเรื่องนั้นที พอมีคนค้านก็หยุดทำ อะไรแบบนี้ เพราะถ้าเป็นแบบนี้รับรองว่าองค์กรจะไม่ไปไหนแน่ ๆ

สุดท้ายอยากบอกว่าไม่จำเป็นว่าองค์กรต้องมีขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ ถึงจะต้องมีวิสัยทัศน์ องค์กรเล็ก ๆ ก็มีได้ และผมเชื่อว่าการที่องค์กรเล็ก ๆ มีวิสัยทัศน์นี่แหละครับที่จะนำพาให้องค์กรเติบโตเป็นองค์กรใหญ่ได้ในที่สุด

ข้อคิด สร้างวิสัยทัศน์ และหาหนทางที่หลากหลายที่จะนำพาองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.