ยอมรับและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง

ถ้าใครทำธุรกิจก็คงทราบว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยิ่งโลกปัจจุบันด้วย นอกจากที่จะเปลี่ยนแล้ว ยังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ๆ ด้วย

ดังนั้นผู้ประกอบการและผู้บริหารองค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องยอมรับและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากคำแรกก่อนคือคำว่า “ยอมรับ” เชื่อไหมครับ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นกันอยู่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกเราปัจจุบันนั้นมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ย้อนหลังไปเมื่อก่อน เรายังมี CD กันอยู่เลย เดี๋ยวนี้ใครถามหา CD เผลอ ๆ จะโดนตั้งคำถามว่าคืออะไรด้วยซ้ำ แต่ก่อน เราดูโทรทัศน์กันเป็นเรื่องเป็นราว เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ดูเลยครับ คำว่าโทรทัศน์สำหรับเด็กรุ่นใหม่ ๆ อาจจะกลายเป็นของโบราณไปแล้ว แต่หลายคนก็ยังยึดติดและไม่ยอมรับ เมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นเข้ามาทำลายธุรกิจเขา

ถามว่าทำไมคนจึงไม่ยอมรับ เพราะเขามองธุรกิจเขาเป็นเหมือนลูกรัก ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะมาทำลายลูกรักเขา เขาก็ยอมไม่ได้ คราวนี้ยอมไม่ได้ของเขาอาจจะทำให้เกิดอาการปิดหูปิดตาเวลาใครมาบอกว่า สิ่งที่เขาทำนั้นต่อไปมันจะขายไม่ได้อีกแล้วนะ

ก็เข้าใจแหละครับว่ากว่าจะก่อร่างสร้างตัวมาเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มันยากแค่ไหน ล้มลุกคลุกคลานมานานแค่ไหน สำเร็จได้ไม่เท่าไร จะให้ยอมรับว่ามันไปต่อไปไม่ได้แล้วมันก็ทำใจยาก แต่ถึงจะทำใจอยากอย่างไร เราก็หยุดการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงคือเรายอมรับให้ได้ก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ ๆ

คราวนี้เมื่อเรายอมรับแล้ว ถัดไปก็คือต้องเตรียมพร้อมครับ ความยากของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้อยู่ตัวการเปลี่ยนแปลงเอง แต่คือความไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรมากกว่า เช่นสมมุติว่าเรารู้แน่ ๆ ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า รถยนต์ทั้งหมดในโลกจะใช้ระบบขับอัตโนมัติ จะไม่มีรถที่มนุษย์ขับเองอีกแล้ว ถามว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมไหม คำตอบคือส่งแน่นอน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เราสามารถจะพอมีเวลาในการตั้งตัว เช่น คนที่ทำธุรกิจ Taxi อาจจะต้องลองหาธุรกิจอื่น ๆ ทำแล้ว ไม่เช่นนั้นอีก 5 ปี ตกงานกันหมด

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เราแทบจะไม่ทราบเลยว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดตั้งแต่เมื่อไร อาจจะอีก 5 ปีข้างหน้า หรือ ปีหน้า หรืออาจจะเป็นเดือนหน้าก็ได้ ลองนึกถึงเรื่อง COVID-19 กันดูก็ได้ครับ ตอนปลายปี 2019 เรายังใช้ชีวิตกันอย่างสบาย ๆ ภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน โลกทั้งโลกเหมือนกับจะต้องหยุด เมืองหลาย ๆ เมืองมีสภาพเหมือนเมืองร้าง แถมเรื่องนี้ยังลากยาว ไม่ได้จบง่าย ๆ นี่แหละครับความยากของการเปลี่ยนแปลง

แล้วเราทำอะไรได้บ้าง คำตอบคือ เราก็คงต้องเตรียมพร้อมครับ วิกฤติ COVID-19 สอนเราไว้เป็นอย่างดีว่าถ้าหากเราเตรียมพร้อมไว้ ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ใด มันก็อาจจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ จริง ๆ แล้ว COVID-19 มาเกิดในปัจจุบันก็ยังถือว่าดีกว่าเกิดก่อนยุคที่เรามีอินเทอร์เน็ต ลองนึกภาพว่าเป็นยุคนั้น เราจะอยู่กันลำบากมากกว่านี้เยอะ จะสั่งอาหารมาส่งที่บ้านผ่านมือถือก็ยังทำไม่ได้ จะสอนหรือเรียน Online กันก็หมดสิทธิ โลกคงปั่นป่วนวุ่นวายมากกว่านี้มากนัก

โชคดีที่เรามีความพร้อมระดับหนึ่ง จึงทำให้หลายอาชีพไม่ได้หยุดชะงักไป 100% ยังมีช่องทางทำมาหากินกันอยู่ ผู้บริโภคยังเข้าถึงบริการได้หลากหลายอย่าง หรือบางที่อาจจะเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านบริการ Online ได้อีกต่างหาก

ในแง่ของบริษัทเหมือนกันครับ เราคงต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่าง ๆ อย่าไปคิดว่ามันคงไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะในอดีตที่ผ่านมาสิ่งที่เราคิดว่าคงไม่เกิดขึ้น เกิดขึ้นมานักต่อนักแล้ว ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องติดตาม Trend ต่าง ๆ และนำมาลองคิดดูว่าเราพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่ ถ้าอยากให้ธุรกิจเราสามารถดำรงอยู่ต่อไปนะครับ

ข้อคิด ถ้าไม่ยอมรับว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและไม่มีการเตรียมตัวให้พร้อมไว้ล่วงหน้า โอกาสที่ธุรกิจเราอยู่รอดก็จะน้อยลง

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.