6 วิธีสร้างโชคดีให้ตัวเอง

ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าเรื่องที่กำลังจะเขียนนี้ ไม่ใช่เรื่องฮวงจุ้ย หรือว่าจะไปไหว้พระวัดไหนดี ที่จะทำเพื่อให้เราโชคดี ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของผมเลยครับ

แต่สิ่งที่กำลังจะเขียนนี้ มาจากการอ่านหนังสือชื่อ How luck happens ซึ่งเขียนขึ้นโดย Janice Kaplan และ Barnaby Marsh ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมชอบมากที่สุดเล่มหนึ่งเลยครับ

คือหนังสือเขาบอกว่า โชค หรือที่เรียกว่า Luck นั้น มันไม่ใช่ โชคอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน คือ เป็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน แต่ที่จริงแล้ว โชค มันเกิดขึ้นจาก 3 องค์ประกอบ คือ 1) ความสามารถ 2) การทำงานหนัก และ 3) เหตุบังเอิญ

จะสังเกตว่าเหตุบังเอิญ ที่เราควบคุมไม่ได้นั้น มันแค่ 1/3 เท่านั้น อีก 2/3 คือความสามารถและการทำงานหนัก คือสิ่งที่เราควบคุมได้ทั้งสิ้น

เอาล่ะสิครับ พออ่านถึงตรงนี้ มันก็แปลว่า เราสามารถจัดการ “โชค” ของเราได้ คือ เราก็ต้องเพิ่มความสามารถ และ เราต้องทำงานให้หนักขึ้น (เฉพาะในส่วนที่เราต้องการให้เกิดโชคนะครับ) มันเริ่มชักสนุกขึ้น เพราะว่า มันกำลังแปลว่า เราสามารถสร้างโชคให้กับตัวเองได้เลย

มาลองดูวิธีการสร้างโชค (ดี) ให้กับตัวเองกันนะครับว่า เราควรทำอะไรบ้าง

1. เราควรจะไปอยู่ที่ที่โชคอยู่

เหมือนกับเวลาเราอยากเจอใคร เราก็ควรจะไปในที่ที่คนคนนั้นน่าจะอยู่ใช่ไหมครับ โชคก็เช่นกันครับ เช่น ถ้าเราอยากเป็นดารา ก็ต้องหาทางไปอยู่แถว ๆ กองถ่ายให้มากที่สุด นี่คือเหตุผลที่คนอยากเป็นดาราในอเมริกา เขามักจะย้ายถิ่นฐานไปอาศัยแถวย่านฮอลลี่วู้ด ซึ่งเป็นที่ที่ผู้กำกับชื่อดัง ดาราต่าง ๆ เขาอยู่กันเยอะ ทำไมเหรอครับ ก็เพราะมันเป็นการเพิ่มโอกาสที่วันหนึ่ง เราจะไปเจอใครสักคนในวงการ และก็สามารถดึงเราเข้าไปสู่วงการได้ ถ้าขืนเราไปอยู่ตามป่าเขา แล้วหวังว่า วันหนึ่งจะมีผู้กำกับชื่อดังมาเที่ยว แล้วเดินชนเรา แล้วดึงเราไปเป็นนักแสดง แบบนี้มันยากกว่าเยอะจริงไหมครับ

2. รู้จักคนให้เยอะขึ้น

โชคมาพร้อมกับคนที่เรารู้จักนี่แหละครับ พยายามรู้จักคนให้มากขึ้น ไม่จำเป็นว่าคนคนนั้นเขาจะอยู่ในวงการที่เราอยากเข้าไปหรือไม่ก็ตาม เพราะใครจะไปรู้ครับว่าเพื่อนสนิทเขาอาจจะอยู่ในวงการนั้น หรือภรรยาหรือสามีเขาอาจจะรู้จักคนที่เราอยากรู้จักก็ได้ มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า คนส่วนใหญ่ได้งานทำ ไม่ใช่ผ่านทางเพื่อนสนิทนะครับ แต่ผ่านคนรู้จักห่าง ๆ นี่แหละครับ บางทีไปงานปาร์ตี้ พูดคุยกับคนที่เพิ่งรู้จัก ก็เลยทำให้รู้ว่าเขากำลังจะหาคนทำงาน ในตำแหน่งที่เราอยากทำพอดี แบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่าโชคดีเนอะ แต่มองให้ดีครับ คือถ้าเราไม่ไปงาน ไม่ไปพบคนเหล่านี้ เลย โชคแบบนี้มันจะมาหาเราเองไหมครับ

3. กล้าที่จะทำอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น

คือหลักการมันง่าย ๆ แบบนี้ครับ ถ้าเราทำเหมือน ๆ กันกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ ผลลัพธ์มันก็จะเหมือนกับคนอื่น ๆ จริงไหมครับ แล้วลองคิดดูครับว่า คนส่วนใหญ่มีโชคกันไหมล่ะครับ คำตอบก็คือไม่ ดังนั้น บางทีเราอาจจะต้องกล้าทำอะไรที่แปลกใหม่ แตกต่างออกไป อย่างเช่นเราเข้าประกวดแผนธุรกิจ แต่เราไปนำเสนอแผนทำร้านกาแฟ ซึ่งมันเหมือน ๆ กันกับคนส่วนใหญ่ แบบนี้จะหวังว่าเราจะชนะแผนธุรกิจนี้ ได้เงินลงทุนจากนักลงทุน ก็คงยากมาก เพราะมันไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ถ้าเราคิดอะไรแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร แบบแนวหลุดโลกไป ผลลัพธ์มันอาจจะเป็นว่า โดนด่าก็ได้ ว่าคิดมาได้ไงเนี่ย (ก็ไม่เสียหายอะไร) แต่มันก็มีโอกาสที่มันไปสะดุดใจใครสักคน และเขาอาจจะเอาเงินมาลงทุนกับเรา และนั่นแหละครับที่คนหลาย ๆ คนมักจะบอกว่า แหม เรา “โชคดี” นะ ที่ไป “บังเอิญ” เจอคน ๆ นี้เข้า

4. มีใจรักในสิ่งที่ทำและไม่ล้มเลิก

บางคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะนึกอยู่ในใจ เราก็ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่นะ รู้จักคนก็ไม่น้อย ทำอะไรก็ไม่เหมือนคนอื่น ไม่เห็นจะมีโชคเลย บทความนี้หลอกหรือเปล่า คืองี้ครับ เราจะไปหวังว่า เราไปในที่ที่มีงานที่เราสนใจ ทำความรู้จักคน และทำอะไรแตกต่าง แต่พอไม่เห็นผลอะไรเกิดขึ้น ก็เลิก แบบนี้ “โชค” ไม่ชอบครับ (โชคไม่ใช่ชื่อคนนะครับ 555)

มันเป็นไปตามหลักของความน่าจะเป็นแหละครับ การทำในสิ่งต่าง ๆ ที่มันดึงดูดโชคดีนั้น มันไม่ใช่แค่ว่าทำครั้งเดียวแล้วจะได้ผลเลย มันต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งเราจะทำแบบนั้นได้ เราก็ต้องมีใจรักในสิ่งที่ทำด้วยจริงไหมครับ เคยสังเกตไหมครับ คนที่เราคิดว่าเขา “โชคดี” นั้น เขามักจะโชคดีในสิ่งที่เขารัก และทำมาอย่างต่อเนื่องตลอด

นักเขียนดัง ๆ ที่เรารู้จักนั้น คิดเหรอครับว่าเขาหยิบปากกามาเขียนครั้งแรก เขาก็ดังเลย ดาราดัง ๆ ที่เรารู้จักนั้น คิดเหรอครับว่าเขาเล่นเรื่องแรกก็ดังคับฟ้าทันที นักกีฬาที่เก่ง ๆ ระดับโลก คิดเหรอครับว่าพอเขาเริ่มเล่นกีฬาเหล่านั้น เขาก็ได้เหรียญทองโอลิมปิกเลย เอาเป็นว่าถ้ามีก็น้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่แล้ว คนเหล่านี้ผ่านความล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่เขารักในสิ่งที่เขาทำ แล้วเขาทำไม่เลิก นักเขียนเขียนบทความแล้วคนไม่อ่าน แต่เขาไม่หยุดเขียน เขียนไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่ง ก็มีสำนักพิมพ์มาเห็นแล้วให้เขาออกหนังสือ แล้วหลังจากนั้นหนังสือนั้นก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่ว คนทั่วไปก็จะบอกว่า เขาโชคดีเนอะ ที่สำนักพิมพ์มาเห็นบทความนั้น จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ครับ แต่บทความที่สำนักพิมพ์นั้นมาเห็นนั้น อาจจะเป็นบทความหนึ่งใน 1,000 บทความที่เขาเขียนมาแล้วก็ได้

มีนักกีฬา ถ้าผมจำไม่ผิดคือนักบาสเกตบอล (แต่จำไม่ได้ว่าใคร) ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามว่า เขามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เขาทำแต้มรวมได้เยอะมาก ๆ เขาตอบยังไงทราบไหมครับ ถ้าอยากทำคะแนนให้ได้เยอะ ๆ เราก็แค่ชู้ตบอลให้พลาดเยอะ ๆ ก็แค่นั้น ฟังดูแล้วตลกนะครับ แต่มันไม่ใช่เรื่องตลกเลย เพราะยิ่งเราชู้ตพลาดมากเท่าไร ก็แปลว่าเราก็จะมีโอกาสทำคะแนนจากการที่จะชู้ตลงมันมากขึ้นเท่านั้น สมมุติเรามีอัตราการชู้ตลง 50% คือชู้ต 2 ลูก ลงลูกเดียว ถ้าอยากชู้ตลง 100 ลูก เราก็แค่ชู้ดให้ไม่ลง 100 ลูกไงครับ (คือชู้ดไปสัก 200 ลูก) นี่แหละครับ ที่คนโชคดีเขามักจะทำกัน

5. ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง

อันนี้หลายคนอาจจะแปลกใจ อ้าว ไม่ใช่ว่าเราต้องทำอย่างเดียวให้ดีที่สุดเหรอ คืองี้ครับ คนที่โชคดี เขาไม่รู้หรอกครับว่าเขาจะโชคดีเพราะอะไร จากสิ่งไหน การที่เราไป focus แค่อย่างเดียว แล้วรอลุ้นว่า มันจะมีโชคหรือเปล่า มันก็อาจจะได้ แต่มันอาจจะยาก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ Venture Capital คือพวกบริษัทที่ลงทุนใน Startup นั้น เขาลงทุนใน Startup ที่ดีที่สุดบริษัทเดียวไหมครับ คำตอบคือ ไม่ใช่ ครับ เพราะอย่างที่เราทราบ ๆ กันว่า Startup นั้นโอกาสที่มันจะล้มเหลวมันสูงมาก อาจจะถึง 90% ด้วยซ้ำ ดังนั้น การเอาเงินทั้งหมดไปลงในบริษัทเดียว ใช่ครับ ถ้าบริษัทนั้น สำเร็จขึ้นมา เราจะรวยเละเลย แต่ส่วนใหญ่ มันจะลงเอยด้วยการเละก่อนรวยครับ

แล้วทำไงดีครับ พวกบริษัทพวกนี้ เขาทราบครับ ดังนั้น เขาก็จะเลือก Startup ที่เข้าตามาสัก 1o บริษัท กระจายการลงทุนไป ใช่ครับ 9 ใน 10 บริษัทนี้อาจจะเจ๊ง (เพราะโอกาสเจ๊งมันสูงถึง 90%) เขาอาจจะหมดเงินไป 9 ใน 10 ของเงินที่เขาลงทุนไป แต่บริษัทสุดท้ายนี่แหละครับ ที่มันอาจจะกลายเป็น Facebook Google Amazon แล้วทราบไหมครับว่าผลตอบแทนมันเท่าไร ใช่ครับ 100 เท่า 1,000 เท่าของเงินลงทุนเลย

คนที่ไม่ทราบก็จะมาบอกว่า โห คนนี้โชคดีนะที่ซื้อหุ้น Google ตั้งแต่ตอนก่อตั้ง คนนี้โชคดีนะที่ร่วมลงทุนใน Facebook ตั้งแต่แรก ๆ โชคดีเหรอครับ 555 มันมาจากการวางแผนทั้งนั้นแหละครับ เขาไม่ได้เล่าให้ฟังนี่ครับว่า ส่วนใหญ่ที่เขาลงทุนกับบริษัทอื่น ๆ พร้อมกับ Google นั้น มันเจ๊งไปกี่รายแล้ว

อ้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ได้หมายความว่าจับฉ่าย มั่วซั่ว แบบไม่มีความรู้อะไรเลยนะครับ สังเกตจากตัวอย่างที่ผมให้ข้างบนคือเขากระจายการลงทุนก็จริง แต่เขาก็ศึกษามาอย่างดีเช่นกันครับ

6. เตรียมตัวสำหรับโชค

คืองี้ครับ ทราบไหมครับคนที่โชคดีนั้น บางทีมันไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่มันเกิดจากเหตุการณ์หลังจากนั้นด้วย คือบางทีถ้าเราไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ พอมันมีโอกาสเข้ามา (ซึ่งโอกาสมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ) แต่เราไม่สามารถจัดการกับโอกาสนั้นได้ โชคมันก็หลุดลอยไป

อย่างเช่น เราอาจเคยได้ยินเรื่องการทดลองที่ทำให้ Alexander Fleming ค้นพบยาปฏิชีวนะที่สามารถทำลายแบคทีเรียได้ จากการที่เขาลืมทิ้งจานทดลองไว้แล้วมีราขึ้น จนกระทั่งเขาเลยพบว่ารานี่แหละมันสามารถกำจัดแบคทีเรียได้ หลายคนก็เลยบอกว่า นี่ไง คือความโชคดี ถ้าไม่ลืมทิ้งไว้ ก็คงไม่พบความจริงเรื่องนี้

แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ เหตุการณ์ต่อจากนั้นครับ เพราะแค่พบแค่นั้น มันยังทำเป็นยาเอามารักษาโรคไม่ได้หรอกครับ Alexander Fleming ต้องทำการค้นคว้าและพัฒนาต่อไปอีกไม่น้อยกว่ามันจะเป็นยาปฏิชีวนะที่เรามาใช้กันได้ในปัจจุบัน แต่เรื่องราวพวกนี้มันไม่ Sexy ไงครับ คนก็ไม่ได้เล่ากันต่อ และก็ไปสรุปว่า เขาค้นพบยาเพราะความ “โชคดี” ลองคิดสิครับว่า ถ้าเขาไม่พร้อม (เช่นไม่มีเงินทุนพอในการศึกษาต่อ ไม่มีความรู้พอที่จะศึกษาต่อ) ต่อให้เจอว่ารามันกำจัดแบคทีเรียได้ มันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา จริงไหมครับ

ดังนั้น ตัวเราเอง ถ้าอยากจะมีโชค เราต้องถามตัวเองว่า เรา “พร้อม” แค่ไหนครับที่จะจัดการกับโอกาสที่จะเข้ามานั้น เราอยากจะรวย มีกิจการใหญ่โต ลองถามตัวเองครับ ถ้าวันนี้ แจ็ค หม่า มาบอกว่า ไอให้ยูเป็นตัวแทนอาลีบาบา เมืองไทย เราพร้อมไหม เราอยากจะเป็นดาราชื่อดัง ถ้าวันนี้ เพื่อนของอาเรา รู้จักคนที่กำลังทำละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2 มาชวนเราไปเล่นด้วย เราพร้อมที่จะตอบรับไหมที่จะร่วมเล่นละครนั้น

โชคไม่ได้มาบ่อย ๆ แต่เมื่อมันมาแล้ว เราพร้อมที่จะรับโชคนั้นไหม (และนี่คือสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “สามล้อถูกหวย” ไงครับ คือเขาพบว่า คนที่ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ส่วนใหญ่ ภายในสามปีจะกลับมาจนเท่าเดิม หรือจนกว่าเดิมอีก เพราะเขา “ไม่พร้อม” ที่จะรวยนั่นเอง)

นั่นแหละครับ คิอวิธีที่จะสร้างโชคให้ตัวเอง อย่างที่บอกว่า ถ้าเป็นวิธีอื่น ๆ ผมไม่ทราบครับ ไม่เชี่ยวชาญด้วย แต่วิธีเหล่านี้ ผมเชื่อว่ามันเป็นจริงได้ บทความนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโชคให้กับผมเหมือนกัน ใครจะไปรู้ครับ ไม่แน่ว่าบทความนี้มันอาจจะถูกส่งต่อไปให้คนอ่านเป็นล้าน ๆ คน อาจจะมีคนมาติดตาม Blog ผมเป็นล้าน ๆ คนก็ได้

แล้วก็คงมีใครบางคนบอกว่า ผม “โชคดี” จริง ๆ ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมา จริงไหมครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Recommended Posts

1 Comment

  1. ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับมาก ๆ ค่ะ นี่เป็นอีกคนที่ต้นปีนี้ทำอะไรก็แย่ไปหมด รู้สึกได้เลยว่าดวงตัวเองตกมาก แถมยังมีปัญหากับที่บ้านอีก ก็ลองหาวิธีแก้มาหลายอย่างจนมาเจอ ตะเกียงกุ้ยนั้ง เป็นตะเกียงที่ช่วยเสริมดวงเรื่องการอุปถัมภ์ช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เป็นที่รักของผู้หลักผู้ใหญ่ ทำอะไรก็มีคนคอยช่วยเหลือ ดวงก็เริ่มกลับมาเป็นปกติค่อนไปทางดีเลยทีเดียว หากใครสนใจตะเกียงกุ้ยนั้ง ลองดูคลิปนี้ได้เลยค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=vvrRevH0wv0


Add a Comment

Your email address will not be published.