มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ นอกจากจะต้องมีความรู้ ประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ และคุณสมบัติที่ดีอื่น ๆ แล้ว สิ่งพื้นฐานที่ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และเลยไปถึงพนักงานแต่ละคนจะต้องมีก่อนคือ มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแกร่ง

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะชัดเจน แต่เชื่อไหมครับ นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปเลย เริ่มจากสุขภาพกายก่อน พอตอนที่เราทำงานหนัก ๆ เรามักจะไม่ค่อยนึกถึงเรื่องสุขภาพสักเท่าไร เรานึกถึงแต่กำหนดการส่งงาน รายละเอียดของงาน เรานึกถึงแต่เรื่องเงิน ตำแหน่ง และความสำเร็จต่าง ๆ มากกว่าเรื่องสุขภาพ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะความสำเร็จของงานมันเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด เช่น เราไม่ส่งงาน เราโดนเจ้านายตำหนิทันที แต่ถ้าเราไม่ออกกำลังกายสักวันหนึ่ง เราคงไม่ป่วยไข้ ถึงขนาดที่ต้องเข้าโรงพยาบาล จริงไหม ดังนั้น เราจะมักจะละเลยสิ่งเหล่านี้ ซึ่งในระยะสั้นก็คงไม่เห็นว่าจะมีอะไร

แต่การที่เราโหมทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง สุขภาพเราจะแย่ลงไปเรื่อย ๆ ที่สำคัญบางครั้งมันไม่ได้มีอาการมาเตือนให้รู้ตัว จนกระทั่งวันหนึ่งมันทรุดลงไป เราพบว่า เรามีโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการละเลยเรื่องสุขภาพมานานหลายปี ถึงตอนนั้น ถ้าเราโชคดี โรคก็อาจจะรักษาหาย และเราก็คงได้ตระหนักว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันไม่ถูกวิธี แต่ถ้าโชคร้าย บางทีโรคเหล่านั้นมันร้ายแรง ซึ่งอย่าว่าแต่งานที่จะต้องเลิกทำเลย โรคเหล่านี้อาจจะทำให้ชีวิตครอบครัวเราพังไปเลยก็ได้ ถึงตอนนั้นอยากจะย้อนเวลากลับมาแก้ไขก็ไม่ได้แล้ว

ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพกายอย่างเดียว สุขภาพใจก็เช่นกัน ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ต้องประสบกับความเครียดในการทำงาน ในส่วนผู้ประกอบการและผู้บริหารก็เครียดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้องค์กรเจ๊ง พนักงานก็เครียดว่าถ้าทำงานได้ไม่ดี จะโดนไล่ออก และยิ่งเจอสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่มีแต่ปัญหารุมเร้า ความเครียดเหล่านี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น

คนทำงานจำนวนไม่น้อยที่เครียดจนกระทั่งซึมเศร้า และเมื่อสุขภาพใจป่วย ก็ทำให้สุขภาพกายย่ำแย่ไปด้วย สุดท้ายไม่ว่างานจะสำเร็จอย่างไร แต่ถ้าเราถึงกับมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ก็ไม่น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างคุ้มค่าเลย

แล้วเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เข้าใจครับว่าแต่ละท่านก็เจอปัญหาและบริบทที่แตกต่างกัน และวิธีแก้ไขที่ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ ก็อาจจะไม่ได้ง่ายสำหรับทุกท่าน แต่ทำได้น้อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ

อย่างแรกคือการนอนครับ การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ยิ่งมีอายุเพิ่มขึ้นมากเท่าไร เราจะยิ่งเห็นผลกระทบจากการไม่ได้นอนหรือการนอนน้อยอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายครั้งการอดนอนเพื่อลุยทำงานให้เสร็จ นอกจากจะทำให้สุขภาพแย่แล้ว เรามักจะใช้เวลามากกว่าปกติเสมอ สู้นอนให้เต็มอิ่ม และกลับมาทำงานนั้นในวันรุ่งขึ้นด้วยจิตใจที่แจ่มใสไม่ได้เลย การนอนนอกจากส่งดีกับร่างกายแล้ว ยังส่งผลดีต่อจิตใจเช่นเดียวกัน คนที่นอนน้อยมักจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือซึมเศร้าได้ง่าย และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแน่นอน

ต่อมาคือการออกกำลังกาย สิ่งนี้สำคัญมากต่อสุขภาพกาย ร่างกายเราจะแข็งแรงได้ยาก ถ้าเราไม่ออกกำลังกายเลย และด้วยวิถีชีวิตการทำงานของหลายคนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็นั่งติดกับโต๊ะหลายชั่วโมง โอกาสที่จะได้ออกกำลังกายจากการทำงานก็ยิ่งยากไปใหญ่ การออกกำลังกายยังช่วยในเรื่องของจิตใจเช่นกัน เพราะระหว่างการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาก แม้กระทั่งคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คุณหมอและผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ออกกำลังกายเลย เพราะเหมือนได้รับยาขนานดีอันหนึ่งเข้าไปทีเดียว

สุดท้ายคือการกิน ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat คือคุณจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณกินอะไรเข้าไป การกินสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เข้าไปมาก ๆ นอกจากร่างกายจะแย่แล้ว อาหารและเครื่องดื่มหลายอย่างส่งผลเสียต่อจิตใจด้วยเช่นเดียวกัน อย่างที่เราเคยเห็นคนที่เครียด แล้วกินเหล้าปลอบใจ กินไปกินมา กลายเป็นติดเหล้าไปเลย ความเครียดเดิมก็ไม่ได้หายไป แต่ความเครียดใหม่เข้ามาอีก ร่างกายก็ทรุดโทรม ความสามารถในการทำงานและการตัดสินใจต่าง ๆ ก็ลดลง ลองพยายามปรับการกินของเรา หันมากินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ลงได้ครับ

สรุปว่าสุขภาพกายและสุขภาพใจเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำพาตัวเราประสบผลสำเร็จ และไม่มีใครที่จะดูแลเรื่องนี้ได้ดีเท่ากับเราอีกแล้วครับ

ข้อคิด รักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราให้ดีก่อนที่จะสายเกินไป

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.