มีเป้าหมายที่ชัดเจน ท้าทาย และโฟกัส

ผมว่าปัญหาหนึ่งของการทำธุรกิจคือการที่เรายังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ลองนึกภาพว่า ถ้าเราจะเดินทางไปสักที่หนึ่ง แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าเราจะไปที่ไหนกันแน่ จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา คำตอบก็เป็นทำนองว่า เราก็คงไม่อยากออกเดินทางเพราะยังไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนอย่างไร หรือบางคนไม่อยากจะรอก็คงออกเดินทาง แต่คงเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจใด ๆ เพราะที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนั้นจะใช่ที่ที่เราอยากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

ผมคิดว่าคงน้อยคนมั้งครับที่จะเริ่มออกเดินทางโดยไม่มีเป้าหมายแบบนี้ แต่เชื่อไหมครับหลายคนทำธุรกิจกับทำแบบนี้เลย คือไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน เหมือนแค่อยากทำ ซึ่งถามว่าผิดไหม ก็คงไม่ผิดหรอก ถ้าเราแค่อยากทำเล่น ๆ ลองดูเฉย ๆ แต่ถ้าอยากทำให้ธุรกิจนั้นสำเร็จ ผมว่าเริ่มแรกเป้าหมายต้องชัด เพราะพอเป้าหมายชัด สิ่งที่เราต้องทำก็จะชัดตาม เช่น ถ้าเราต้องการทำ Startup เกี่ยวกับ Software ที่มีจำนวนคนใช้ระดับล้านคน ก็คงต้องทำอะไรที่แตกต่างจากการที่เราอยากเป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ ร้านหนึ่งที่อยากได้เพียงแค่คนรักหนังสือสัก 100 คนมาเยี่ยมเยือนร้านของเรา

เป้าหมายนี้ไม่ได้มีอะไรถูกหรือผิดนะครับ อะไรก็ได้ที่เราอยากได้จากการทำธุรกิจ เพียงแต่ต้องชัด ระดับที่ระบุออกมาเป็นตัวเลขได้ยิ่งดี เพราะอย่างที่บอกคือพอเป้าหมายยิ่งชัด สิ่งที่เราจะต้องทำก็จะชัดตาม ผมไม่ได้บอกว่าแค่นี้ก็จะทำให้เราสำเร็จ แต่การที่มีเป้าหมายชัด มันช่วยเราได้เยอะ เราจะรู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นพาเราไปใกล้เป้าหมายจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ทำต่อ ถ้าไม่จริงก็คงต้องหาหนทางกันใหม่

คราวนี้ประเด็นต่อมาคือนอกจากเป้าหมายที่ชัดแล้ว เป้าหมายที่ดีมันต้องมีความท้าทายด้วย ถามว่าทำไมต้องท้าทาย เพราะเป้าหมายที่มันง่ายเกินไปมันไม่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเราสักเท่าไร เช่น ถ้าเราอยากเปิดร้านอาหาร แต่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าเดือนนี้มีคนเข้าร้านเราสัก 4 คนพอแล้ว แบบนี้ เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรก็ได้จริงไหม เอาแค่พ่อแม่พี่น้องเรามาสักครั้ง ก็ได้ตามเป้าหมายแล้ว แบบนี้แรงจูงใจมันไม่ค่อยมี แต่ถ้าเราตั้งเป้าในสิ่งที่เราอยากได้ เช่น ขอสัก 500 คนมาเป็นลูกค้าเรา อะไรแบบนี้ มันเริ่มสนุกกว่า จะถึงไม่ถึงอีกเรื่อง นักธุรกิจเขาถึงชอบที่จะตั้งเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของเขากันไงครับ และพอเขาทำได้ เขาก็ขยับเป้าหมายให้ยากขึ้นไปอีก

แต่ตรงนี้ต้องระวังนิดหนึ่งนะครับ อย่าไปตั้งให้มันยากจนเกินกว่าที่เราคิดว่าจะเป็นไปได้ เช่น เราเคยมีคนเข้าร้านเราเดือนละ 200 คน ถ้าเราไปตั้งเป้าหมายไว้ว่าเดือนหน้าอยากให้มีคนเข้าร้านเราสัก 5 ล้านคนอะไรแบบนี้ ตัวเราเองก็รู้ว่ามันเพ้อเจ้อแล้ว และพอเรารู้สึกแบบนั้น เราก็จะไม่ทำอะไร เพราะรู้ว่าทำไปก็ไม่ได้

ประเด็นสุดท้าย พอเรามีเป้าหมายที่ชัดและท้าทายแล้ว ขอให้เรามุ่งโฟกัสไปทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ จะดีกว่าการทำอะไรพร้อม ๆ กันเป็นสิบ ๆ ร้อย ๆ เรื่อง เพราะยิ่งเราทำอะไรที่สะเปะสะปะไปหมด โอกาสที่จะทำสำเร็จมันจะยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ ลองดูนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกก็ได้ครับ เราเคยเห็นนักกีฬาระดับตำนานหลายคนที่ได้มากกว่า 1 เหรียญทอง แต่สังเกตไหมครับ คนที่จะได้มากกว่าหนึ่งเหรียญทองนั้น ส่วนใหญ่มาจากกีฬาประเภทเดียวกัน เช่น นักวิ่งก็อาจจะได้หลายเหรียญทองจากกีฬาวิ่ง หรือนักว่ายน้ำก็อาจจะได้เหรียญทองหลายเหรียญแต่ก็จะมาจากกีฬาว่ายน้ำ แต่ผมคิดว่าจะน้อยมาก ๆ ที่เราจะเห็นนักกีฬาคนหนึ่งที่ได้เหรียญทั้งจากกีฬาวิ่งและกีฬาว่ายน้ำพร้อม ๆ กัน เหตุผลง่าย ๆ คือถ้าจะต้องแบ่งเวลามาซ้อมทั้งวิ่งและว่ายน้ำพร้อม ๆ กัน มันยากมาก ๆ ครับที่เราจะเป็นเลิศในแต่ละกีฬาได้

เอาเป็นว่าถ้าอยากทำธุรกิจประสบความสำเร็จ มาตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ท้าทาย และโฟกัสกับเป้าหมายนั้นดูนะครับ

ข้อคิด ตั้งเป้าหมายให้ชัด มีความท้าทาย และโฟกัสกับเป้าหมายนั้นหากอยากประสบผลสำเร็จ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.