กฎ 3 นาที

จริง ๆ กฎข้อนี้ ผมไม่ได้คิดเองหรอกนะครับ ได้ไปเจอมาอีกที แต่เอามาปรับใช้กับตัวเองและคิดว่ามันใช้ได้ดีเลยอยากนำมาแบ่งปันครับ
.
คือคนเรามีแนวโน้มที่จะผัดวันประกันพรุ่ง และสุดท้ายเรามักจะลงเอยด้วยกันสะสมงานไว้ สุดท้าย พอใกล้ ๆ Deadline เราก็หัวหมุน หรือแย่กว่านั้นคือลืมไปเลยที่จะต้องทำ
.
ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง (จริง ๆ ต้องบอกว่าหลายเล่มเลยก็ว่าได้ เลยไม่รู้ใครพูดก่อน) เขาบอกว่าถ้างานนั้นเป็นงานเล็ก ๆ แทนที่เราจะบอกว่า “เดี๋ยวค่อยทำ” ให้เราทำทันที
.
ยกตัวอย่างเช่น เปิด email มาอ่านแล้ว แทนที่จะคิดว่า เดี๋ยวค่อยเข้ามาตอบ ถ้ามันตอบได้เลย ตอบเลยดีกว่า เพราะเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับมาอ่านอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ใช้เวลาเยอะหรอก แต่เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละครับ พอมีหลายรายการเข้า มันกินเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
.
คำถามคือแล้ว งาน “เล็ก ๆ ” นี่คือ เล็กแค่ไหน
.
ตรงนี้มีความหลากหลายครับ บางเล่มบอกว่า ไม่เกิน 5 นาที บางเล่มบอกว่าไม่เกิน 2 นาที
.
คราวนี้ ส่วนตัวผม ผมคิดว่า 3 นาทีกำลังดีครับ
.
คือเวลาผมเจองาน ไม่ว่างานใดก็ตาม ที่รู้ว่าต้องทำแน่ ๆ ผมจะถามตัวเองทันที ณ เวลานั้นว่า 3 นาที จบไหม ถ้าจบ ผมทำเลย
.
แต่ถ้ามันเกินกว่านั้น ผมก็อาจจะต้องดูเวลา และพิจารณาเป็นครั้ง ๆ ไป
.
ยกตัวอย่างเช่น อ่าน email นักศึกษานัดมาว่า อาจารย์ว่างวันนี้ไหม อยากเข้ามาปรึกษา อ่านแล้ว ถ้าเราสามารถเช็คตารางได้ตอนนั้น และตอบได้เลยว่าว่างหรือไม่ว่าง หรือมีวันไหนที่ว่าง แบบนี้ แทนที่จะกดปิด email ไป แล้วไว้วันหลังจะมาตอบ ผมจะตอบเลยครับ จะได้จบไป
.
หรือจะต้องโทรศัพท์ไปคุยกับใคร ถ้าเห็นว่า 3 นาทีจบแน่ ๆ ผมโทรเลย (ถ้าเป็นเวลาที่เหมาะสมด้วยนะครับ) แทนที่จะต้องมานั่งจำ นั่งเขียนไว้ใน Note ว่า ต้องโทรหาใคร เผลอ ๆ เปลืองเวลาพอ ๆ กันกับเวลาที่ต้องโทรเลยด้วยซ้ำ
.
ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ อย่างบทความนี้ ผมก็เชื่อว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 3 นาทีเช่นกันครับ 

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify Youtube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.