รถติดทำอะไรดี

หลังจากการระบาดของ COVID ตอนนี้เราก็กลับเข้ามาสู่ภาวะเกือบจะปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ก็กลับไปเรียนหนังสือหรือทำงานกันหมดแล้ว และแน่นอน ถ้าใครอยู่กรุงเทพ ก็คงหนีไม่พ้นสภาวะเดิมนั่นคือรถติด ยิ่งช่วงหน้าฝนยิ่งหนัก และก็แปลกที่ฝนก็มักจะตกช่วงตอนเช้าหรือตอนเย็น ตอนเดินทาง ถ้าหนักหน่อย น้ำก็อาจจะท่วม และก็ยิ่งทำให้รถติดหนักขึ้นไปอีก

ยอมรับเลยครับว่า ช่วงที่ทำงานที่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ชอบมาก ๆ ก็คือการที่ไม่ต้องเจอรถติดนี่แหละ และเนื่องจากระยะเวลาที่ทำงานที่บ้านรอบนี้ยาวมาก ๆ เป็นปี ๆ พอต้องกลับมารถติดอีกครั้ง มันก็ยังไม่เคยชิน แต่ก็เป็นที่มาของหัวข้อที่อยากจะมาชวนคุยนี่แหละครับ คือรถติดเราจะทำอะไรดี

เดาว่าสิ่งที่หลายคนชอบทำก็คือเล่นมือถือ แต่อันนี้ไม่ค่อยสนับสนุนนะครับ เพราะมันเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก ๆ ยิ่งรถเยอะ โอกาสจะเกิดอุบัติเหตุก็เยอะ ผมก็เคยโดนคนขับรถชนท้ายซะเฉย ๆ นี่แหละครับ แบบรถติด ๆ นี่แหละ ก็ชน ตอนแรกแปลกใจ คือมันไม่ได้เบรกไม่ทันอะไรแบบนั้นแน่ ๆ คือรถค่อย ๆ ขยับทำไมถึงชน พอลงไปคู่กรณีก็ขอโทษ และบอกว่าผมมัวแต่เล่นมือถือครับ เพราะฉะนั้นไม่แนะนำครับ ยกเว้นว่าเราไม่ได้เป็นคนขับ อันนั้นก็คงไม่มีปัญหา

แล้วถ้าเราเป็นคนขับล่ะ สำหรับตัวผม ผมทำอยู่หลายอย่างครับ ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีเลย ใช้ช่วงเวลาที่รถติด อยู่บนรถนี่แหละ

อย่างแรก ผมคุยกับคนในครอบครัวครับ คือเวลาไปรับลูก ผมอาศัยช่วงรถติดนี่แหละคุยกับเขา เขาอยากคุยอะไร คุยได้เลย คิดดูวันหนึ่งเรารถติดอยู่กับลูกเป็นชั่วโมง แปลว่าวันหนึ่งมีโอกาสคุยกับลูกเป็นชั่วโมงเลยนะ แต่คุยกันดี ๆ นะ ไม่ใช่หาเรื่องทะเลาะกัน ฟังเขาให้เยอะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถ้าใครไม่มีลูก ก็คุยกับสามีภรรยา แฟน หรือใครก็ตามที่เดินทางด้วย ผมว่าเราจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดกันได้เยอะทีเดียว

แล้วถ้าไม่ได้เดินทางกับใครล่ะ ก็ถือโอกาสคุยโทรศัพท์ก็ได้ครับ แต่อันนี้มีข้อแม้นิดหนึ่ง คือต้องใช้ Bluetooth ที่มันเชื่อมโยงกับระบบเครื่องเสียงในรถนะครับ อย่าคุยแบบถือหูมือหนึ่ง จับพวงมาลัยอีกมือหนึ่ง อันนี้อันตรายครับ คุยกับเพื่อน กับคนที่เราอยากคุยด้วยก็ได้ ยิ่งรถติดนาน ๆ ก็ยิ่งมีโอกาสได้คุยกับคนที่เราอยากคุยได้นานอีก

อย่างที่สอง คือถ้าขับรถคนเดียว และก็ไม่รู้จะโทรหาใคร ผมฟัง Podcast ครับ เลือกช่องที่เราชอบฟัง ติดตามฟังได้เลย ใครยังไม่มีช่องประจำ แวะมาฟัง Nopadol’s Story ก็ได้ครับ จัดทุกวันเป็นพัน ๆ ตอนแล้ว ถ้าฟังวันละตอนก็ใช้เวลา 20 นาที รถติดชั่วโมงหนึ่งก็ฟังได้ 3 ตอนเลย หรือจะฟังช่องอื่นด้วยก็ได้ อันนี้รถติดแถมได้ความรู้ไปได้อีกในตัว

อย่างที่สาม อาจจะยากกว่าฟัง Podcast คือฟังหนังสือเสียงครับ แต่ก่อนผมฟังประจำเหมือนกัน ผมฟังผ่าน App Audible โดยไปซื้อหนังสือเสียงภาษาอังกฤษมาผ่าน Amazon นี่แหละครับ สัปดาห์หนึ่งจบเป็นเล่มเลยนะครับ แต่ที่บอกว่ายากคือบางทีภาษาอังกฤษมันก็ติดตามยากหน่อย ถ้าใครไม่เก่งมาก แต่เข้าใจว่าหนังสือเสียงภาษาไทยตอนนี้ก็มีไม่น้อย

อย่างที่สี่ ผมเรียน Online Course ครับ อันนี้มีข้อจำกัดหน่อย คือมันต้องเป็น Course ที่ไม่เห็นรูปก็เข้าใจนะครับ ต้องบอกว่าผมเรียน Online Course หลายอันผ่านการฟังนี่แหละครับ ฟังในรถเลย รถติด ๆ นี่จบหลายบทเลยทีเดียว แต่ข้อด้อยคือมัน Take Note ได้ยาก ถ้าใครอยากจดไปด้วย วิธีนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไร สำหรับผมพวก Course สอนการอ่านออกเสียง หรือฟังพูดภาษาต่างประเทศนี่เหมาะกับการฟังตอนรถติดเลย

ถ้าซีเรียสไป แนะนำฟังเพลงครับ อันนี้เพลินแน่นอน หรือฟังดีเจคุยกันก็ได้ สนุกดีอีกเหมือนกัน ผมก็มีบ้างครับ แต่ส่วนใหญ่จะเบื่อซะก่อน ถ้าไม่ชอบฟังดีเจหรือฟังโฆษณา ก็ Load App พวก Spotify แล้วเลือกเพลงที่เราชอบฟังมาฟังก็ได้ก็เพลินดี

กิจกรรมอันสุดท้าย ที่ผมก็ทำบ้าง คืออยู่เฉย ๆ เงียบ ๆ คนเดียวครับ เชื่อไหมเวลาที่เราอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ไม่ต้องดู Smart Phone ไม่ต้องคุยกับใคร ไม่ต้องฟังอะไร แต่ละวันเราแทบจะไม่มีเลย ลองดูครับ อยู่เงียบ ๆ เลยครับ หรือถ้ามันอึดอัดมาก มองไปรอบ ๆ ก็ได้ครับ ฟังดูน่าเบื่อ แต่หลายครั้ง ผมได้ความคิดอะไรดี ๆ จากการอยู่เงียบ ๆ นี่แหละครับ

แต่ละท่านก็อาจจะมีวิธีอื่น ๆ ที่แตกต่างไปจากผมนะครับ คงไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนหรอกครับ ขออย่างเดียวอย่าทำอะไรที่มันเป็นอันตราย สำหรับผมการฟังและพูดอาจจะดีกว่าการเขียนและอ่านในขณะขับรถนะครับ ขอให้ทุกคนขับรถอย่างปลอดภัยและมีความสุขนะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.