งานแบบไหนที่เราทำแล้ว จะทำให้เราสำเร็จ

ก่อนอื่นนะครับ เราต้องนิยามของคำว่า “สำเร็จ” ก่อน คือแต่ละคนอาจจะนิยามคำนี้ต่างกัน บางคน สำเร็จหมายถึงได้เงินเยอะ ๆ บางคน สำเร็จก็อาจจะหมายถึงทำสิ่งที่ตนเองชอบ

สำหรับนิยามที่ผมหมายถึง คือ สำเร็จคืองานที่สร้างรายได้ให้เรา และทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดดน่ะครับ

Idea นี้มาจากการอ่านหนังสือที่ชื่อว่า Millionaire Fastlane ที่เขียนโดย MJ DeMarco นะครับ

เขาบอกแบบนี้ครับว่า งานที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จมาก ๆ มันต้องมีองค์ประกอบ 5 ประการนี้ครับ

ข้อที่ 1 งานนั้นมันต้องมีประโยชน์กับคนอื่น ยิ่งมีประโยชน์มากเท่าไร เราจะยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น ดูง่าย ๆ ครับ โรงพยาบาลจะมีค่ายา แพงกว่า ราคากาแฟ เพราะอะไรเหรอครับ กาแฟ ถ้าไม่ดื่ม เราไม่เดือดร้อนสักเท่าไร แต่ถ้าไม่สบายแล้ว ไม่กินยา อันนี้เดือดร้อนมากกว่า ดังนั้นเวลาจะเลือกอาชีพหรือธุรกิจที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จมาก ๆ ก็พยายามเลือกธุรกิจที่เราสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก ยึดหลักนี้ไว้ครับ

ข้อที่ 2 งานนั้นมันต้องหาคนทำได้ยาก คือ อย่างนี้ครับ ลองคิดดูว่า ถ้าเราทำงานที่มีประโยชน์มาก ๆ แล้วมีเราคนเดียวเท่านั้นในประเทศนี้ที่สามารถทำงานนี้ได้ คิดว่าค่าตัวเราจะเป็นเท่าไรครับ ผมไม่ได้หมายถึงจะต้องหางานถึงขนาดที่ว่าต้องมีเราในประเทศนี้เท่านั้นที่จะทำได้ แต่ลองมองดูตัวเราครับ ทำอย่างไรให้เรามี Skill ที่หาตัวจับได้ยาก ในอาชีพการงานของเรา ลองดูตัวอย่าง ก็ได้ครับ เช่น นักร้อง นักแสดง ถามว่าจะมีสักกี่คนที่ร้องเพลงได้ระดับนี้ และถ้าเขาสร้างเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนขึ้นมา ต่อให้มีคนร้องได้ดีพอ ๆ กับเขา ก็ทดแทนเขาไม่ได้ นี่แหละครับ ที่เป็นเหตุผลว่า ทำไม นักร้องนักแสดง เหล่านี้ จึงมีค่าตัวแพงมาก ๆ

ข้อที่ 3 งานนั้นมันต้องสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง คือ ถ้างานนั้นมันต้องไปขึ้นกับคนอื่นเยอะ ๆ เราจะกลายเป็นเบี้ยล่างครับ คือชีวิตเรา จะขึ้นกับชีวิตคนอื่นทันที ยกตัวอย่างนะครับ ระหว่างคนที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ กับ คนซื้อแฟรนไชส์มาทำ คิดว่าใครจะรวยกว่ากันครับ คำตอบคือส่วนใหญ่ เจ้าของแฟรนไชส์ จริงไหมครับ เพราะเขาสามารถควบคุมได้เกือบทุกขั้นตอน ส่วนคนซื้อแฟรนไชส์มานั้น ต้องทำตามกฎระเบียบที่เขาว่าไว้ทุกอย่าง พยายามเลือกงานที่เราสามารถควบคุมในขั้นตอนการทำงานให้ได้มากที่สุดครับ

ข้อที่ 4 งานนั้นมันต้องขยายได้ (Scale) อย่างนี้ครับ ถ้าเราอยากจะได้รายได้สูง ๆ เราต้องคิดถึงงานที่มัน Scale หรือขยายไปได้มาก ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว มีโต๊ะอยู่ 5 โต๊ะ แบบนี้ ให้เราทำก๋วยเตี๋ยวได้อร่อยขนาดไหน อย่างเต็มที่ก็รับลูกค้าได้จำกัดไม่เกิน 5 โต๊ะ จริงไหมครับ ธุรกิจแบบนี้มันไม่ Scale แต่ถ้าเราทำ Software Application แบบนี้ ถ้า App เรามันโดนใจ คนจะ Download 5 คน 50 คน 500 คน หรือ 5 ล้านคน มันก็เป็นไปได้ ธุรกิจแบบนี้แหละครับ ที่เรียกว่า Scale พยายามมองธุรกิจแบบนี้ดูนะครับ

ข้อที่ 5 งานนั้นมันต้องไม่โยงกับเวลาของเรา คือถ้างานนั้น ต้องเป็นเราทำเท่านั้น แบบนี้ เราจะสำเร็จยากครับ เพราะเวลาที่เรามีคือ 24 ชั่วโมงต่อวัน เอาแบบไม่หลับไม่นอนเลยนะครับ ดังนั้นความสำเร็จของเราก็จะอยู่ที่ตัวเลข 24 ชั่วโมงนั่นแหละ เช่น สมมุติผมเป็นนักพูดที่เก่งมากนะครับ แต่ให้อยากได้เงินมากอย่างไร ผมก็พูดได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง (ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่มีทางถึง แค่ 6 ชั่วโมงก็แย่แล้ว) เราต้องคิดใหม่ครับ พยายาม Automate งานเรา หรือต้องหาคนมาทำแทนเรา นี่คือสาเหตุที่เราจะเห็นนักพูดเก่ง ๆ เขาเริ่มมีการสร้างตัวแทนมาแทนเขา เขามี Program Train the Trainer และทุกครั้งที่ตัวแทนพูดแทนเขา เขาก็จะได้ส่วนแบ่งเป็น % อย่างนี้แหละครับ ต่อให้เขาไปเที่ยวชายทะเล เงินก็ยังไหลเข้ามาตลอด

ผมอยากให้ทุกคนลองกลับไปดูอาชีพของตัวเองในปัจจุบันครับ ไม่จำเป็นว่าตอนนี้อาชีพเราจะต้องตอบโจทย์ทั้ง 5 ข้ออย่างครบถ้วนหรอกครับ แต่อยากให้ลองให้คะแนน 1-5 ดู 5 คือเป็นแบบนี้ชัดเจน 1 คือไม่ใช่เลย แล้วลองหาดูว่า มันมีข้อไหนที่ได้คะแนนน้อย ๆ บ้าง

ไม่ได้หมายความว่า อ้าว ข้อนี้ได้คะแนนน้อย งั้นลาออก หาอาชีพใหม่ดีกว่า เสมอไปนะครับ ลองหาวิธีที่จะทำให้ข้อนั้น ๆ ได้คะแนนเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องหาอาชีพใหม่กันดูก่อนครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ หวังว่าทุกท่านจะประสบผลสำเร็จนะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.