Slow life ใครว่าดี

ผมว่ามีหลาย ๆ คนทีเดียวที่เฝ้าหาชีวิตที่เรียกกันว่า “Slow Life” จริง ๆ ผมว่ามันเกิดจากลักษณะการทำงานของคนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ทำงานในเมืองใหญ่ ๆ หรือจะเอาให้เห็นชัด ๆ ก็กรุงเทพนี่แหละครับ ที่มักจะไขว่คว้าหาสิ่งนี้อยู่

ลองดูชีวิตที่เรามักจะเจอก็คือ เราต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะต้องรีบขับรถออกไปส่งลูก หรือ ไปที่ทำงาน เพราะถ้าช้าแม้แต่นิดเดียว รับประกันได้ว่ารถติดแน่ ๆ บางที ช้าแค่ 15 นาที แต่ไปถึงที่หมายช้าเป็นชั่วโมงเลยก็มี เป็นเรื่องปกติ

เอาล่ะ พอไปถึงที่ทำงานแล้ว ก็มีแต่ความเร่งรีบ หัวหน้าเรียกหางาน ต้องรีบทำ รีบส่ง บางทีไม่มีเวลากินข้าวเที่ยง หรือถ้ามี ก็ต้องรีบ ๆ กิน เผลอแป๊บเดียวมืดค่ำแล้ว พอกลับบ้านมา ก็มีงานบ้านรออยู่อีก (เปล่านะ ไม่ได้หมายถึงตัวผมนะ 555) กว่าจะนอนก็โน่นปาไปเที่ยงคืน ตีหนึ่ง นี่ไม่นับพวกที่ต้องไปเรียนปริญญาโทภาคค่ำนะ (นึกแล้วก็สงสารนักศึกษาที่เรียนอยู่จริง ๆ ) เพราะออกจากที่ทำงาน ก็ต้องขับรถมาเรียน ทำการบ้าน ทำงานส่งอาจารย์อีก เสาร์อาทิตย์ก็แทบจะไม่มีเวลาว่าง มันดูเหมือนทุกอย่างเร่งรัดกันไปหมด คนจึงขวนขวายหาสิ่งที่เรียกว่า Slow Life

แปลกันตรงตัว Slow Life มันคือชีวิตที่เป็นไปอย่างช้า ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำก็หยุดไว้ก่อนได้ สังเกตไหมครับ บางช่วงที่ตลาดหุ้นมันขึ้น มักจะมีคนมา post ใน Pantip หรือ Facebook ว่า อยากลาออกมาเล่นหุ้น เพราะไม่ต้องทำอะไรมาก เช่น ตื่นนอนสายหน่อยก็ได้ เพราะไม่ต้องรีบเร่งไปทำงาน กว่าตลาดจะเปิดก็ 10 โมง อาจจะหาเวลาไปนั่งชิลล์ในร้านกาแฟ อ่านข่าวเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นเปิดก็กดซื้อหุ้นที่เราคิดว่ามันดี กลางวันไปเดินเล่นตามห้าง หาอะไรอร่อย ๆ กิน บ่าย ๆ มาดูหุ้นอีกสักที กดขายหุ้นไป วันนี้ทำกำไรหลายพัน หลายหมื่น กลับบ้าน สบายใจ อะไรทำนองนี้

แหม พอหลับตาคิดชีวิตแบบนี้ หลายคนก็คงคิดว่า มันน่าจะเป็นชีวิตในฝันใช่ไหมครับ

ก็คงจะใช่ สำหรับคนที่ต้องมีชีวิตรีบเร่งตลอดเวลา แต่ที่ผมกำลังจะบอกคือ อะไรที่มันมากเกินไป ไม่สมดุล มันก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิดเสมอไปหรอกครับ

อย่างแรกเลยนะ คนที่มานั่งเล่นหุ้นแบบที่ว่า โอกาสที่มันจะได้กำไรทุกวัน วันละหลายพัน หลายหมื่น บอกได้เลยว่ายากถึงยากมากครับ เพราะถ้ามันง่ายกว่านั้น ประเทศไทยไม่มีคนจนแล้วล่ะครับ

ใหม่ ๆ อาจจะได้กำไร อาจจะรู้สึกชิลล์ ๆ คิดถูกแล้วที่ลาออกมา พอสักพัก เริ่มขาดทุน ก็เริ่มเครียด ยิ่งเครียด ก็ยิ่งขาดทุน ตัดสินใจผิดพลาดไปหมด ถึงตอนนั้นรับประกันว่ามันไม่ใช่ Slow Life แล้วครับ มันจะออกเป็น Dangerous Life เลยแหละ วันนี้เราจะเอาอะไรกิน ยิ่งคนที่มีภาระ ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แบบนั้น ยิ่งเครียดหนัก

อันนี้ไม่ได้หมายถึงคนเล่นหุ้นอย่างเดียวนะครับ ทำธุรกิจก็คล้ายกัน จริง ๆ การทำธุรกิจบางทีมัน Active มากกว่าทำงานบริษัทซะด้วยซ้ำ วัน ๆ ต้องวิ่งไปหาลูกค้า พยายามหาเงินมาให้ได้ จากที่คิดว่า Slow อาจจะเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม

เอาล่ะ ถึงแม้ว่า เราจะเล่นหุ้นไม่ขาดทุน พออยู่ได้ หรือธุรกิจเป็นไปด้วยดี แต่ถ้าชีวิตเราเป็นแบบนี้ทุก ๆ วัน ผมก็ว่ามันก็จะน่าเบื่อทีเดียวนะครับ หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่เบื่อหรอก แต่ผมว่า ถ้าชีวิตเราจะมา slow ตลอดเวลา มันก็ไม่น่าสนุกเหมือนกัน ลองจินตนาการดูว่า เพื่อน ๆ เราก็ไปทำงานกันหมด มีเรามาเดินเล่นในห้างคนเดียว มานั่งเล่นหุ้นในร้านกาแฟคนเดียว บางทีมันดูเหงา ๆ เบื่อ ๆ อยู่เหมือนกันครับ

ประเด็นมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ Active Life หรือ Slow Life นะครับ มันอยู่ตรงที่งานที่เราทำอยู่นั้น เป็นงานที่เรามี Passion มากน้อยแค่ไหนต่างหาก ถ้ามันเป็นงานที่เรารักมันสุด ๆ จะยุ่งทั้งวัน หรือจะชิลล์ ๆ สบาย ๆ เราก็มีความสุขในการทำงานนั้นอยู่ดี จริงไหมครับ

เพราะฉะนั้น ผมจึงแนะนำว่า เราลองพยายามหางานในฝันอันนั้นให้เจอครับ ใครบางคนเคยบอกว่า ถ้าเราเจองานในฝันแล้ว เราก็จะไม่ต้อง “ทำงาน” อีกต่อไป เพราะทุกนาที มันก็น่าจะมีแต่ความสุข

นั่งคิดกันดี ๆ ครับว่า อะไรที่เราทำแล้ว เราแทบจะไม่เบื่อเลย (แบบผมเนี่ย เวลาเขียนบทความพวกนี้ ผมชอบมาก ๆ อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ผมทำอยู่ จึงจัดเป็นอาชีพในฝันอาชีพหนึ่งทีเดียว เพราะอาชีพนี้ งานเขียนเป็นส่วนหนึ่งของงานเลย เอ หรือว่าจะไปเป็นนักเขียนดีนะ 555)

เอาเป็นว่า ผมเอาใจช่วยก็แล้วกันนะครับ แล้วถึงวันนั้นเมื่อไร อย่าลืมแวะกลับมาบอกด้วยนะครับ ว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.