เราควรมีไอดอลของเรา จริงหรือ

คำถามที่เรามักจะเคยได้ยินอยู่บ่อย ๆ เวลาเราไปสัมภาษณ์งาน หรือ แม้กระทั่งอ่านหนังสือ คือ ไอดอลของเราคือใคร ซึ่งหลายคนก็พยายามจะเลือกหาไอดอลของตัวเองมาตอบ แต่คำถามที่น่าสนใจคือ เราควรมีไอดอลของเรา จริงหรือ

ไอดอลเป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึงคนที่เราอยากเอาเป็นแบบอย่าง การที่เรามีไอดอลประจำตัว อย่างแรกมันจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองของเราเพื่อทำให้ได้แบบเขา นอกจากสร้างแรงบันดาลใจแล้ว เรายังสามารถศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิต การทำงาน หรืออื่น ๆ จากเขาได้ ซึ่งพอเราได้แนวทางนั้นแล้ว เราก็จะสามารถนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาชีวิตเราได้ด้วย

ปกติคำตอบว่าใครคือไอดอลของเรามักจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1) เป็นคนใกล้ชิดกับเราไปเลย เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ญาติพี่น้องเรา หัวหน้างาน หรือรุ่นพี่ อะไรทำนองนี้ หรือ 2) เป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในวงการที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง นักกีฬา หรือดารา

รูปแบบการศึกษาการใช้ชีวิตของไอดอลเราก็จะแตกต่างกัน ถ้าใครมีไอดอลเป็นคนใกล้ชิดอันนี้ก็ไม่ยาก เพราะเราอาจจะได้คุยกับเขาได้เกือบทุกวัน มีอะไรอาจจะสามารถสอบถามพูดคุยกันได้ตลอด แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้มีชื่อเสียง ส่วนใหญ่เราจะเรียนรู้ได้ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือชีวประวัติของเขา หนังสือที่เขาเขียนเอง หรือคลิปวีดีโอต่าง ๆ ที่บันทึกการพูดของเขาไว้ อะไรทำนองนี้

การมีไอดอลเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่เราควรจะทราบก่อนว่า ไม่มีใครที่จะถูกใจเราไปได้ทุกด้าน ดังนั้นถ้าเราอยากจะหาไอดอลประเภทที่ว่าเราจะได้ Copy ชีวิตเรามาเลย อันนี้อาจจะยากหน่อย เช่น ในเรื่องธุรกิจ เราอาจจะมีไอดอลคือ Elon Musk เพราะเขาเก่งมาก ๆ ทำอะไรก็สำเร็จ อันนี้ก็ดีครับ แต่ถ้าเราศึกษามากขึ้น เราก็จะพบว่าเขาก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เพราะมีภรรยาแล้วก็หย่า หรือมีคู่แล้วก็เลิกกันก็หลายครั้ง

เราจะหาคนที่ดีเยี่ยมไปทุกอย่าง ถูกใจเราไปทุกเรื่องได้ยากครับ ทางออกมีง่าย ๆ คือ เลือกไอดอลเฉพาะด้านเฉพาะทางได้ครับ เช่นถ้าเรื่องทำธุรกิจอยากเลือก Elon Musk แต่ถ้าเป็นเรื่องครอบครัว เราจะเลือกคุณพ่อคุณแม่เราเป็นไอดอลก็ได้

อีกประการหนึ่งที่ต้องระวังคือ ยิ่งไอดอลเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่เราไม่ค่อยรู้จักเขานั้น ต้องดูดี ๆ นะครับ เพราะบริบทของแต่ละคนแตกต่างกัน วิธีการที่เขาใช้เพื่อไปสู่ความสำเร็จ อาจจะใช้ได้จริงในประเทศเขา แต่อาจจะไม่ได้ดีนักในประเทศเราก็ได้ หรือเขาอาจจะมีพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างจากเราก็ได้ การที่เราเลียนแบบแบบไม่ได้ดูอะไรเลย บางทีอาจจะทำให้เราไปผิดทางก็ได้

ถ้าเป็นไปได้ ผมคิดว่าลองพยายามหาไอดอลที่เขามีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกันกับเราระดับหนึ่งก็ได้ อย่างตัวผม ถ้ามีคนถามว่าใครคือไอดอล นอกจากคุณพ่อคุณแม่ผมแล้ว คนที่มีชื่อเสียงที่ผมยกให้เป็นไอดอลคือ Adam Grant ครับ เหตุผลคือ เขามีความคล้ายคลึงกับผมในหลายเรื่อง เช่น เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นนักเขียน เป็น Podcaster ซึ่งผมมักจะอ่านหนังสือเขาหรือฟัง Podcast เขาเป็นประจำ และหลาย ๆ เรื่องที่ได้ทำ ก็นำมาจากตัวอย่างของเขา

แม้กระทั่งบทความที่ผมเขียนใน Page ทุกวัน ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาที่เขาก็ Post ข้อความให้แนวคิดดี ๆ ผ่าน Twitter และ Facebook เช่นกัน คือเนื้อหาที่ผมเขียนไม่ได้เหมือนกับเขาหรอกนะครับ แต่ได้แง่คิดว่า การที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้และสิ่งดี ๆ เป็นสิ่งที่เขาทำได้ดี และผมก็อยากทำได้อย่างนั้นบ้าง

โดยสรุปแล้วการมีไอดอลเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่เลือกให้ดี ๆ ก็แล้วกัน และอย่างมีแต่ไอดอลอย่างเดียวนะครับ ลองนำเอาแนวทางของคนที่เป็นไอดอลเรามาใช้พัฒนาตัวเราด้วย แค่นั้นก็พอแล้วล่ะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.