อ่านหนังสือดีตรงไหน

ผมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ๆ ครับ ผมไม่ได้เป็นคนที่อ่านหนังสือเร็ว แต่แค่ใช้เวลาอ่านเยอะ ปีหนึ่งผมอ่านหนังสือจบเฉลี่ยประมาณ 150-160 เล่ม เป็นหนังสือภาษาไทยสักประมาณ 100 เล่ม และหนังสือภาษาอังกฤษประมาณ 50 เล่ม ที่จำได้เพราะผมมีการตั้งเป้าหมายการอ่านหนังสือไว้

ที่บอกว่าอ่านไม่เร็ว เพราะผมเคยจับเวลาการอ่านหนังสือภาษาไทยผมก็ประมาณหน้าละ 1 นาที แต่ถ้าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษก็น่าจะเกือบ 2 นาทีต่อหน้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับความยากและความอัดแน่นของตัวอักษรต่อหน้าด้วย ด้วยอัตรานี้ผมว่าก็ไม่น่าจะเร็วอะไรมากมาย แต่ที่อ่านได้เยอะ เพราะวัน ๆ หนึ่งผมว่าผมอ่านหนังสือรวม ๆ กันอาจจะประมาณ 1-2 ชั่วโมงเลย ทั้งในช่วงเช้า ช่วงกลางวัน ช่วงเย็น และก่อนนอน จึงไม่แปลกว่าทำไมจึงอ่านได้เยอะ ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่ไม่มีงาน อันนี้เกือบเรียกได้ว่าอ่านเกือบทั้งวันเลย หรือถ้าเป็นช่วงไปเที่ยว 2-3 วัน อ่านจบได้สัก 2 เล่มได้เลยครับ

คำถามคืออ่านหนังสือดีตรงไหน ถ้าถามผม อย่างแรกที่ได้คือความเพลิดเพลินครับ จริง ๆ หนังสือที่ผมชอบอ่านจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง และ หนังสือที่เกี่ยวกับธุรกิจเป็นหลัก ไม่ค่อยได้อ่านแนวนิยายสักเท่าไร แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแนวพัฒนาตัวเองและธุรกิจ ก็อ่านแล้วสนุกครับ หนังสือบางเล่มอ่านติดมือเลย เรียกว่าอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย แทบจะไม่ได้หยุดวางเลยด้วยซ้ำ

นอกจากความเพลิดเพลินแล้ว ผมยังพบอีกว่าเนื้อหาหรือข้อความในหนังสือหลายเล่มที่ผมอ่าน มันช่วยเราแก้ปัญหาที่เรามีอยู่ได้จริง ๆ คือหนังสือบางเล่มผมซื้อมาเพราะมีปัญหาบางเรื่องอยู่ หนังสือจะทำหน้าที่คล้าย ๆ กับผู้เชี่ยวชาญที่เราอยากปรึกษาหาทางออก และเราก็ได้ทางออกนั้นจริง ๆ ผมจึงมักจะบอกอยู่เสมอว่าทุกปัญหามีหนังสืออย่างน้อย 1 เล่มที่ช่วยเราได้เสมอ เพราะอย่าลืมว่าปัญหาที่เราเจอนั้น คงไม่ใช่เป็นปัญหาที่เกิดกับเราคนเดียวและเป็นคนแรกของโลกอยู่แล้ว มีหลายคนที่ก็เจอปัญหาแบบเรา และเขาก็หาทางแก้ไขได้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นแทนที่เราจะพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง ลองอ่านหนังสือแล้วนำเอาข้อแนะนำเหล่านั้นมาลองปรับใช้น่าจะดีกว่าจริงไหมครับ

อีกเรื่องที่ผมคิดว่าอาจจะบอกไม่ได้ตรง ๆ ว่าการอ่านหนังสือดีตรงไหน แต่สำหรับผม ผมคิดว่าการอ่านหนังสือเหมือนกับการ Upload ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใส่ไว้ในสมองเราซึ่งเป็นเหมือน Super Computer คราวนี้ พอเราจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง ถ้าเรามีข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้เยอะ ๆ สมองเราก็สามารถจะดึงข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้มาช่วยประมวลผล และจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องได้มากกว่าคนที่ไม่ค่อยมีข้อมูลเหล่านี้อยู่มากนัก

ผมไม่ได้บอกว่าคนอ่านหนังสือจะตัดสินใจได้ถูกต้องในทุกครั้ง แต่ผมกำลังจะบอกว่าคนที่อ่านหนังสือ “มีโอกาส” ที่จะตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้อ่านอะไรเลย ที่บอกว่าหนังสือเปลี่ยนชีวิตนั้น สำหรับผม ยังไม่เคยเจอว่าหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งเปลี่ยนชีวิตโดยตรง แต่ผมเชื่อว่าหนังสือหลายร้อยเล่มที่อ่านจะช่วยหล่อหลอมให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย

ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า อยากจะชวนทุกท่านมาอ่านหนังสือกันครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.