อยากมีความสุข ต้องเลิกยึดติด

จริง ๆ เป็นคำกล่าวที่ผมเคยเห็นมานานแล้ว หลายคนเวลาเห็นคนเป็นทุกข์ ก็จะมีข้อแนะนำให้ปล่อยวาง แต่ปัญหาของคนที่เป็นทุกข์คือมันยากที่จะปล่อยวาง มันเหมือนบังคับตัวเองไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาแฟนบอกเลิก มันก็เศร้า คิดถึงเวลาเก่า ๆ ที่เคยอยู่ด้วยกัน เพื่อน ๆ ก็อาจจะมาปลอบใจบอกว่าปล่อยวางบ้างเถอะ เขาไปไหนต่อไหนแล้ว เราต้องเดินต่อไป แต่หลายครั้งคนฟังก็ยังทำใจไม่ได้

ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องว่าจะทำอย่างไรจะปล่อยวางได้หรอกครับ อะไรที่เราถือไว้นาน มันก็คงยากที่จะปล่อย แต่กำลังอยากจะเสนอว่า แทนที่จะหาทางปล่อยวาง เราเริ่มป้องกันจากการไม่ยึดติดก่อน สำหรับผมมันจะง่ายกว่า

การไม่ยึดติดไม่ได้แปลว่าไม่สนใจอะไรเลยนะครับ แต่คือความสามารถที่เราจะสามารถมีความสุขได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้ต้องพึ่งพาคนอื่นมากนัก ถ้าเป็นเรื่องแฟน คือเราคบกับแฟนได้ รักกันได้ แต่จะทำอย่างไรให้เรายึดติดกับแฟนได้น้อยที่สุด ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ห่างกันตลอดเวลา แต่มันคือความสามารถที่เราจะมีความสุขได้ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ห่างจากเรา เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเราเองเช่นกัน

การไม่ยึดติดไม่ได้แปลว่าไม่รักกัน แต่มันคือการเอาความสุขมาไว้กับตัวเรามากกว่าไปฝากไว้กับคนอื่น ลองคิดดูนะครับ ถ้าความสุขของเรามันเต็มไปด้วยคำว่า “เธอจะต้อง” ตลอดเวลา เราจะเริ่มมีความสุขยากขึ้นเรื่อย ๆ วัน ๆ เราจะเอาแต่คาดหวังว่าแฟนเราจะต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ให้กับเรา ถ้าเขาทำก็ดีไป ถ้าเขาไม่ทำก็งอน ทะเลาะกัน

ถ้าเราเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์มันก็ย่อมจะย่ำแย่ลง ไม่มีใครหรอกครับที่จะทำทุกอย่างที่เราพอใจ ขนาดตัวเรา เรายังไม่สามารถทำทุกอย่างที่เราพอใจเลย และสุดท้ายพอเลิกกันก็มานั่งเสียใจ และก็ต้องพยายามปล่อยวางกันอีก

เริ่มอย่างนี้ดีกว่าไหมครับ เป็นแฟนกัน ทำความเข้าใจว่าใครชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แต่เราไม่ยึดติด ความสุขอยู่กับตัวเรา อะไรที่รับได้ เรายอมรับว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน แตกต่างกัน อะไรที่รับไม่ได้ บอกเขาว่าตรงนี้รับไม่ได้นะ ถ้าอยากเป็นแฟนกัน ซึ่งถ้าเขายังทำอยู่ ก็ต่างคนต่างแยกย้าย เพราะเรารับเรื่องนั้นไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับไม่ได้ทุกเรื่องอะไรแบบนั้น

ไม่ใช่เฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างแฟนนะครับ ความสัมพันธ์ทุกรูปแบบเลย พ่อแม่ลูกก็ใช่ พ่อแม่ที่ยึดติดกับลูก ก็จะเป็นพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกทำทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ ด้วยคำว่า ถ้าไม่ทำแบบนั้น แบบนี้ พ่อแม่จะรู้สึกแย่นะ ทำแบบนี้เยอะ ๆ บางทีลูกก็อาจจะไม่โตเลย มีอะไรต้องถามพ่อแม่ตลอด ไม่เป็นตัวของตัวเอง หรืออีกทางก็คือเตลิดเปิดเปิงไปเลย

แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ยึดติด ก็คือพ่อแม่ที่ยังให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูก แต่รับรู้ว่าลูกเขาก็มีความต้องการ ความรู้สึกของตัวเอง เราสามารถมีความสุขได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปผูกโยงกับลูกตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องให้ลูกทำทุกเรื่องที่เราอยากให้ทำเราถึงจะมีความสุข

ทุกอย่างมีจุดตรงกลางครับ ไม่ได้บอกให้ปล่อยแบบไม่สนใจเลย แต่ก็ไม่อยากให้มายึดติดทุกเรื่องจนไม่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ทำแบบนี้ได้ผมว่าชีวิตเราจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะเลย จริงไหมครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.