ทำงานให้มีประสิทธิภาพ ดีจริงหรือ

ถ้าใครทำงานอยู่ คงเคยได้รับคำแนะนำหรือแม้กระทั่งคำสั่งให้ ทำงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งหลาย ๆ คนก็ดูเหมือนจะเข้าใจและเห็นด้วยว่าการทำงานมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

เรามาทำความเข้าใจคำว่า ประสิทธิภาพ หรือ Efficiency กันก่อนครับ คำนี้หมายถึงการทำอะไรที่ถูกวิธี ทำงานให้เสร็จโดยใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าหรือน้อยที่สุด ดังนั้นเวลาเราบอกให้ใครทำงานให้มีประสิทธิภาพ เราไม่ได้หมายถึงว่าให้เขาทำให้เสร็จเฉย ๆ แต่เราอยากให้เขาทำให้เสร็จ โดยใช้เวลาหรือทรัพยากรให้น้อยที่สุด

ด้วยสาเหตุนี้เอง จึงมีหลายท่านได้คิดค้นถึงแนวทางการทำงานต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราทำงานหลาย ๆ อย่างให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัด เกิดเป็นวัฒนธรรมการทำงานแบบใหม่ ที่เน้นการใช้ทรัพยากรน้อย และให้ผลลัพธ์เยอะ ที่เราเรียกกันว่าทำงานอย่าง Productive นั่นแหละครับ

แล้วการทำสิ่งนี้ดีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าถ้ามองเผิน ๆ ก็น่าจะดีกับทั้งองค์กรและทั้งตัวพนักงานเอง สำหรับองค์กรนั้น แน่นอนครับ ใช้ทรัพยากรน้อย ผลลัพธ์เยอะ ก็แปลว่าองค์กรน่าจะได้กำไรเยอะ ซึ่งน่าจะเป็นการดี และสำหรับพนักงานเอง ถ้าใครทำงานได้มีประสิทธิภาพ เขาก็น่าจะมีโอกาสได้รับการขึ้นเงินเดือน เลื่อนขั้น เจริญเติบโตต่อไปในองค์กร ซึ่งก็น่าจะดีสำหรับตัวเขาอีกเช่นกัน

แต่ถ้ามองลึกเข้าไปอีก การเร่งประสิทธิภาพของพนักงาน มันก็คล้าย ๆ กับการเร่งเครื่องยนต์เวลาเราขับรถนั่นแหละครับ คือมันดีตรงที่เราจะไปถึงเป้าหมายที่เร็วขึ้น แต่มันอาจจะไม่ดีในมุมที่ว่าถ้าเราเร่งมากเกินไป มันอาจจะทำให้เครื่องร้อน ดีไม่ดีเครื่องอาจจะไหม้เลยก็ได้

มนุษย์เราก็เช่นเดียวกันครับ ความพยายามที่จะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเป็นสิ่งดี แต่อย่าให้มันมากไป เพราะมันจะนำมาซึ่งความเครียด ลองนึกภาพนะครับ ตั้งแต่เราตื่นนอนเราก็จะได้รับคำแนะนำว่าตอนเช้า เราต้องทำงานแบบไหน เช่น อย่าไปเล่น Social Media นะ เอางานยากมาทำก่อน ตอนที่หัวสมองปลอดโปร่งนะ จะเดินทางไปทำงาน ก็ต้องเปิด Podcast วิชาการหรือฟังหนังสือเสียงพัฒนาตัวเองนะ ไปถึงที่ทำงานก็มีเทคนิคการทำงานที่ต้อง Focus อย่าให้มีใครรบกวนนะ กินข้าวกลางวันก็ควรจะออกไปเดินที่มีธรรมชาติด้วย เพราะยิ่งใกล้ชิดธรรมชาติ ยิ่งดี อาหารที่กินก็ควรเป็นอาหารคลีน

ตอนบ่ายมีประชุมก็มีคำแนะนำว่าจะประชุมอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เดินทางกลับบ้านก็ฟังหนังสือเสียงอีกเล่ม เพื่อพัฒนาทักษะ กลับมาบ้านแล้ว อย่าลืมออกไปวิ่งอีกสัก 5 กิโลเมตรนะ และกลับมาก็อ่านหนังสืออีกเล่ม ก่อนเข้านอน อย่าลืมนั่งสมาธิด้วย

ชีวิตเราอาจจะเต็มไปด้วยข้อแนะนำประเภท Life Hack หรือทางลัดนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตเหล่านี้เต็มไปหมด ใช่ครับ ข้อแนะนำเหล่านี้เป็นข้อแนะนำที่มีประโยชน์ เหมาะกับคนที่วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะถ้าเราทำตาม จะช่วยทำให้เราทำงานได้มากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง

แต่ถ้าเรามาถึงจุดที่ใกล้ Burn Out แล้ว ทุกอย่างเป็นงาน งาน งาน การที่เราไม่ผ่อนคลาย ไม่ได้ทำอะไรตามใจอย่างที่เราอยากทำ อยู่กับแต่คำว่าเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่ม Productivity กันจนมากเกินไป สุดท้าย เราอาจจะเกิดความเครียดขึ้นได้

ทุกอย่างมันมีจุดสมดุลครับ ที่เขียนมาไม่ได้ต่อต้านการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแต่ต้องดูตัวเราด้วยว่า มันชักจะมากเกินไปไหม แต่ก็อย่าย่อหย่อนจนเกินไปอีกเช่นกัน หาจุดลงตัวของเราให้เจอ แค่นี้ก็น่าจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นอีกเยอะแล้วล่ะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.