อยากทำงานอย่างมีความสุขทำอย่างไร

เย็นวันศุกร์ของหลายคน มักจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ซึ่งจะแตกต่างจากเช้าวันจันทร์ซะเหลือเกิน ซึ่งอาการแบบนี้แสดงให้เห็นชัด ๆ ว่าเราไม่มีความสุขในการทำงาน และคงไม่ใช่เราคนเดียว มีคนจำนวนมากที่มีความรู้สึกประมาณนี้

คำถามคือเราอยากจะทำงานให้มีความสุขจะทำอย่างไร จะตอบแบบกว้าง ๆ ก็อาจจะบอกว่าก็หางานที่ชอบทำสิ แบบนี้ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่คำตอบแบบนี้มักจะช่วยอะไรเราไม่ได้มาก ก็มันหาไม่ได้ไง มันก็เลยเบื่ออยู่นี่แหละ

ผมมีข้อแนะนำอันหนึ่งครับ ต้องบอกก่อนว่าอาจจะไม่ได้การันตีว่าจะทำได้ง่ายนะครับ แน่นอนสถานการณ์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางอย่างอาจจะทำได้ง่าย บางอย่างอาจจะทำได้ยาก แต่ก็น่าจะดีกว่าไม่ได้ลองทำอะไรเลย

ปกติคนที่ทำงานมีความสุขเพราะเขามีแรงจูงใจภายใน หรือแปลง่าย ๆ ว่าทำเพราะอยากทำ เราลองคิดถึงงานอดิเรกของเราก็ได้ครับ เราไม่ค่อยบ่นว่าเบื่อจังต้องมาทำงานอดิเรก เช่น ดู Netflix วิ่ง กินอาหารอร่อย ๆ อ่านหนังสือ ใช่ไหมครับ

แล้วทราบไหมครับว่าอะไรทำให้เราอยากทำงานบางอย่าง แต่กลับไม่อยากทำงานบางอย่าง ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นกิจกรรมเหมือนกัน จากทฤษฎีกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory) ปัจจัยหลัก 3 ประการที่จะทำให้เรามีแรงจูงใจภายในคือ ความมีอิสระ ความสามารถ และความเชื่อมโยง ครับ

มาดูปัจจัยแรกกัน เรามักจะมีความสุขในการทำงานที่เราสามารถเลือกเองได้ มีอิสระในความคิด นี่เป็นสาเหตุที่เราชอบที่จะทำงานอดิเรกมากกว่างานประจำโดยทั่วไปก็เพราะเราเป็นคนเลือกทำงานอดิเรกเอง ต่างจากงานประจำที่เรามักจะโดนบังคับให้ทำ

ดังนั้นถ้าเราอยากมีความสุขในงานประจำให้มากขึ้น เราควรจะลองหาวิธีการที่จะทำให้เกิดอิสระในการทำงานให้มากเท่าที่จะทำได้ เช่นการไปคุยกับหัวหน้าขอรับผิดชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบที่เราจะได้มีอิสระในความคิดหรือในการกระทำให้มากที่สุด ในทางกลับกัน ตัวหัวหน้าเอง ถ้าอยากให้ลูกน้องมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น ก็ต้องรู้จักปล่อยให้ลูกน้องมีอิสระในการทำงานมากขึ้นเช่นกัน

ปัจจัยที่สองคือความสามารถ เรามักจะชอบทำในสิ่งที่เราทำได้เก่ง ทำได้ดี ลองคิดงานอดิเรกที่เราชอบก็ได้ครับ มักจะเป็นงานที่เราทำแล้วเราทำได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว อาจจะไม่ต้องถึงกับระดับประเทศอะไรแบบนั้นนะครับ แต่มันมักจะเป็นงานที่เราไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากมาย เราก็ทำออกมาได้ไม่เลวเลย

ดังนั้นถ้าเราอยากจะมีความสุขกับงานที่เราทำ ลองพยายามเอาจุดแข็งที่เรามีมาใช้ในงานนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ เช่นถ้าเรามีความสามารถในการเขียน ลองดูว่างานที่เราทำมีโอกาสที่เราจะใช้ความสามารถในการเขียนอย่างไรได้บ้าง ลองไปคุยกับหัวหน้าดูเช่น อาจจะเสนอตัวเขียนรายงาน หรือเขียน Blog ให้องค์กรอะไรแบบนี้ ก็จะช่วยให้เราอยากทำงานมากขึ้น หัวหน้าก็เช่นกัน ควรจะต้องพิจารณาดี ๆ ว่าลูกน้องคนไหนเก่งเรื่องไหน ให้เขาทำในสิ่งที่เขาเก่ง จะช่วยทำให้เขามีความสุขในการทำงานมากขึ้น

ปัจจัยสุดท้ายคือความเชื่อมโยง ยิ่งสิ่งที่เราทำมันไปส่งผลต่อคนอื่นในทางที่ดีมากเท่าไร เราก็อยากจะทำสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้น อย่างงานอดิเรกที่หลายคนชอบทำอย่างงานอาสาสมัคร ดูเผิน ๆ อาจจะดูเหมือนไม่เห็นมีอะไรสนุกเลย แต่ที่หลายคนชอบทำ เพราะเขาได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขาไปช่วยเหลือ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นทำให้คนอื่นมีความสุขเพิ่มมากขึ้น

งานของเราก็เช่นกันครับ ลองพิจารณาให้ดี ๆ ว่างานเรานั้นส่งผลกระทบกับใครบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรืออาจจะเลยไปยังลูกค้า ถ้าเราเห็นว่างานที่เราทำ ทำให้คนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้น ในทางกลับกัน คนที่เป็นหัวหน้าก็ควรจะพยายามทำให้ลูกน้องเห็นว่างานที่เขาทำนั้นมันมีความหมายอย่างไร มันไปช่วยใครได้บ้าง ยิ่งทำได้มากและชัดเจนเท่าไร ก็จะมีส่วนช่วยเขาให้ลูกน้องมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น

ลองนำเอาปัจจัยทั้งสามข้อนี้ไปพิจารณากันดูนะครับ หวังว่าจะนำไปปรับใช้ได้ และทำให้งานที่เราทำอยู่มีความสุขเพิ่มมากขึ้นครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.