ทำอย่างไรให้เลิกกลัวความล้มเหลว

ผมว่าสิ่งหนึ่งที่มักจะกลายเป็นอุปสรรคที่จะหยุดยั้งไม่ให้เรากล้าทำอะไรใหม่ ๆ คือ ความกลัวที่จะล้มเหลว

คราวนี้ถามว่า แล้วทำไมเราถึงกลัว เราลองมาวิเคราะห์คำตอบตรงนี้กันครับ

1. ล้มเหลวแล้วน่าอาย

หลายคนกลัวที่จะไปจีบผู้หญิง เพราะกลัวที่จะถูกปฏิเสธ เพราะเวลาถูกปฏิเสธแล้วมันน่าอาย จริง ๆ ก็ไม่ผิดแหละครับ ก็ล้มเหลวมันน่าอายกว่าสำเร็จอยู่แล้ว

วิธีการแก้ไขความกลัวในรูปแบบนี้คือ การถามตัวเองว่า Down Side Risk มันอยู่ตรงไหน มันคุ้มกับ Upside Gain หรือไม่ เช่น ถ้าเป็นเรื่องการจีบผู้หญิง Down Side Risk คือถูกปฏิเสธ อายไหม คงอายแหละ แต่ถามว่าการที่ผู้หญิงเขาไม่สนใจเรา จะกลายเป็น Trending ใน Twitter เลยไหม ดังทั้งประเทศเลยหรือเปล่า ผมว่าถ้าเราไม่ใช่ดาราระดับประเทศ ก็คงยาก คงมีไม่กี่คนหรอกมั้งครับที่จะรู้ข่าวนี้ หรือต่อให้คนรู้กันเยอะ เชื่อไหมครับว่า ไม่เกินสัปดาห์ ก็ไม่มีคนมาสนใจเรื่องนี้แล้ว และ Upside Gain ล่ะ ถ้าสมมุติว่าผู้หญิงคนนั้นเขาสนใจเราเช่นกัน ความสุขเราน่าจะเพิ่มมากขึ้นจริงไหม ผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็นคู่ชีวิตเราตลอดชีวิตเลยก็ได้ ก็คงต้องตอบตัวเองแล้วล่ะครับว่า คุ้มหรือเปล่า ถ้าคุ้มก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร

2. ล้มเหลวแล้วจะสูญเสียสถานะในปัจจุบันไป

อันนี้อาจจะเริ่มยากขึ้นมาหน่อย คือถ้าสถานะปัจจุบันเรามันย่ำแย่อยู่แล้ว แบบนี้เราคงไม่กลัวใช่ไหมครับ ตรงกับคำว่า “ไม่มีอะไรจะเสีย” แต่คนที่กลัวในรูปแบบนี้ส่วนใหญ่ ผมคิดว่าสถานะปัจจุบันน่าจะดีอยู่ประมาณหนึ่งอยู่แล้ว

เช่นคนทำงานประจำอยู่ แล้วมีความคิดอยากจะออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง แบบนี้ เรากลัวว่าถ้าลาออกมาแล้ว เราจะไม่ได้เงินเดือนเหมือนเดิม แล้วถ้ามาทำธุรกิจแล้วล้มเหลวล่ะ เงินเดือนที่เคยได้ก็ไม่มีครอบครัวก็อาจจะลำบาก

สำหรับการแก้ไขความกลัวในลักษณะนี้ คือการหา Back Up Plan เช่น เราอาจจะยังไม่ลาออกมาเลยได้ไหม ลองใช้เวลาวันหยุดเริ่มทำธุรกิจที่เราอยากทำไปก่อน เอาไว้ธุรกิจเริ่มตั้งตัวได้ เริ่มมีเงินเข้ามาจริง ๆ เราค่อยลาออกมาก็ได้ อย่างนี้ความเสี่ยงก็น้อยลง

หรือเราอาจจะมองว่าเอาล่ะ อยากจะออกมาลองทำธุรกิจดูสักตั้ง แต่อย่าไปใช้เงินลงทุนเยอะแยะ ลองตลาดดูก่อน ให้เวลาตัวเองสัก 6 เดือน 1 ปี ถ้ามันไม่เป็นไปตามแผน เดี๋ยวเราจะกลับไปสมัครงานอีกครั้ง อะไรแบบนี้ก็ได้

3. ล้มเหลวแล้วมันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้

อันนี้ก็จริงครับ ความล้มเหลวหลายอย่าง มันกู้กลับคืนมายาก แต่มันก็เหมือนกับทุกเรื่องแหละครับ มีอะไรบ้างที่เราย้อนกลับไปแก้ไขได้

วิธีลดความกลัวในรูปแบบนี้คือให้ลองถามตัวเองว่า ถ้าเราอายุ 90 ปี แล้วลองมองย้อนกลับมายังปัจจุบัน อะไรจะทำให้เราเสียใจมากกว่ากันระหว่างการที่เราตัดสินใจทำแล้วมันล้มเหลว กับการที่เราตัดสินใจไม่ทำสิ่งนั้น และค้างคาใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเราทำ ซึ่งถ้าถามคนอายุมาก ๆ ส่วนใหญ่มักจะพบว่า เขามักจะเสียดายสิ่งที่เขาน่าจะทำแต่ไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วล้มเหลว

ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาบอกว่างั้นไม่ต้องกลัวความล้มเหลวเลยนะ อยากทำอะไรทำไปเลย ไม่ต้องมานั่งคิด นั่งกังวล เพียงแต่อยากให้ลองให้รอบด้านเท่านั้น ถ้ามองแล้ว ยังไงก็กลัวอยู่ดี ก็อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าหลายเรื่องที่เราคิดว่าน่ากลัว พออ่านบทความนี้ แล้วอาจจะพบว่า เอ จริง ๆ มันไม่น่ากลัวขนาดนั้นก็ได้ หรือถึงแม้มันจะล้มเหลว มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย

ผมอยากลงท้ายบทความนี้ว่า สำหรับผมแล้ว ถ้าเราเปรียบความสำเร็จเหมือนกับการเรียนจบ ความล้มเหลวก็เหมือนกับวิชาหนึ่งที่เราต้องลงทะเบียนเรียนให้ผ่านแค่นั้นเองครับ ผมยังไม่เคยเจอใครเลยที่สำเร็จโดยไม่ล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นหากเรากลัวความล้มเหลวไปซะทุกเรื่อง มันก็เหมือนเราไม่กล้าลงทะเบียนเรียนวิชานี้ แล้วเราหวังว่าเราจะเรียนจบ มันก็คงยาก

ขอให้ทุกท่านผ่านความล้มเหลวไปได้ด้วยดี และประสบความสำเร็จนะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.