เราจะเสียใจในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งที่เราทำไปแล้ว จริงหรือ

ในหนังสือประเภทพัฒนาตนเองหรือให้แรงบันดาลใจ เรามักจะเจอคำแนะนำให้เราทำตามฝันของเรา อย่าผัดวันประกันพรุ่งเพราะ เราจะเสียใจในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งที่เราทำไปแล้ว

เช่น เราอาจจะมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่เราไม่กล้าทำ เพราะกลัวโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด เลยต้องอยู่กับงานประจำที่ดูมั่นคงกว่า แต่เป็นงานที่เราเกลียด จนกระทั่งเราเกษียณ และพออายุมาก ๆ เข้า เราก็มักจะมานั่งคิดเสียดายเวลาที่ผ่านมาว่าเราน่าจะทำตามฝันเรา

หนังสือหลายเล่มก็ได้เขียนถึงการไปสัมภาษณ์ผู้สูงอายุหลายคน ซึ่งได้ข้อสรุปคล้าย ๆ กันคือ ผู้สูงอายุเหล่านั้น มักจะเสียดายสิ่งที่ไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว พูดง่าย ๆ คือ มีแต่คำว่า “รู้งี้” ทั้งนั้น

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่แปลกหรอกนะครับ เพราะสิ่งที่ได้ทำไปแล้วนั้น มันไม่มีอะไรคาใจ คือถึงแม้ว่าทำไปแล้ว จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี อย่างน้อยมันก็รู้ไปแล้วว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทำ มันจะค้างคาใจอยู่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรานะ ถ้าเราได้ทำสิ่งนั้น สิ่งนี้

แต่ถามว่า งั้นแปลว่า เราอยากจะทำอะไร ก็ควรทำเลยจริงไหม เพื่อป้องกันการที่เราจะมานั่งเสียดายในภายหลัง

ผมว่าบางทีอาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ผมคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้วไม่แพ้สิ่งที่ไม่ได้ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ได้ทำไปแล้วนั้น อาจจะทำร้ายความรู้สึกคนที่เรารัก หรือทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของครอบครัว

ยกตัวอย่างเช่น ผมคิดว่าหลายคนเมื่อมีอายุมากขึ้น มองย้อนกลับมา เขาอาจจะรู้สึกเสียใจการที่เขานอกใจภรรยาหรือสามี ทำให้ครอบครัวล่มสลาย มากกว่าจะคิดว่า แหม ตอนหนุ่ม ๆ สาว ๆ เราน่าจะนอกใจภรรยาหรือสามีดูนะ เสียดายจังที่ไม่ได้ทำ หรืออาจจะมีหลายคนเสียใจที่ตอนหนุ่ม ๆ สาว ๆ เอาแต่ทำงาน รับตำแหน่งใหญ่โต จนกระทั่งมีปัญหาครอบครัว

ดังนั้นคำที่บอกว่าเราจะเสียใจในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว จริง ๆ แล้วน่าจะเป็นการพูดถึงเรื่องราวดี ๆ มากกว่า เรื่องราวที่ถึงทำไปแล้ว ไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดหรือเดือดร้อนให้กับตัวเราหรือคนรอบข้าง เหมือนการทำตามความฝันของตัวเองในสิ่งที่ถูกที่ควร

ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมว่าเราลองพิจารณาทำดูได้ครับ จำได้ว่า Jeff Bezos หนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เขาเคยให้สัมภาษณ์ตอบคำถามว่า ทำไมตอนนั้นเขาถึงยอมลาออกจากตำแหน่งงานดี ๆ มาเป็นร้านหนังสือ Online อย่าง Amazon ซึ่งเขาก็ตอบว่า เขามองตัวเองแก่ ๆ ว่า อะไรจะทำให้เขาเสียใจมากกว่ากัน ระหว่างการที่เขาทำงานต่อไปในตำแหน่งเดิม แต่มาย้อนคิดภายหลังว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขานะ ถ้าตอนนั้นเขาจับกระแสการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต แล้วมาทำธุรกิจ Online กับ การที่เขาลาออกมาทำธุรกิจ Online แต่อาจจะล้มเหลว

ซึ่งคำตอบของเขามันชัดเจนว่า เขาคงเสียใจกว่ามากที่จะไม่ได้ลองทำตามความฝันของเขาในการทำธุรกิจ Online ซึ่งทำให้เขาสามารถสร้างบริษัท Amazon อันรุ่งเรืองได้ในเวลาต่อมา

กล่าวโดยสรุปก็คือ ถ้าสิ่งที่เราคิดเราฝันเป็นสิ่งที่ดี และไม่ได้ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อน ลองทำดูได้ครับ แต่ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ดี ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียดายหรอกครับ ถ้าเราจะไม่ได้เคยลองทำแม้แต่ครั้งเดียว

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.