ค่านิยมการทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

ก่อนอื่นบอกก่อนนะครับว่าไม่ได้ต่อต้านการทำงานหนักถ้าเป็นความชอบส่วนตัว แบบอินเรื่องใดมาก ๆ มันก็เลยอยากทำต่อเนื่อง ทำไม่รู้จักหยุด หรือ ถ้าเป็นเพราะว่ามีความจำเป็นจริง ๆ ถ้าช่วงนี้ไม่ทำงานหนัก บริษัทเราอาจจะล้มละลาย ครอบครัวเราและคนอื่น ๆ อาจจะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นใครที่เข้าข่ายแบบนี้ การทำงานหนักไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่อะไรเลย จะเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นซะด้วยซ้ำไป

แต่ปัญหาคือมันยังมีการทำงานหนักโดยไม่จำเป็นอยู่ เป็นการทำงานหนักเพราะเหมือนเป็นค่านิยมว่า ถ้าเราทำงานดึก ๆ มันจะดูเท่ ดูดี เอาไปโม้คนอื่นได้ บางทีเราสังเกตได้ง่าย ๆ จากคนที่ลงใน Social Media บางคน ที่เห็นลงรัว ๆ เลยว่า กลับบ้านตี 3 ตื่นตี 5 มาทำงานอีกแล้ว งานหนักตลอดเลย แต่ลงบ่อย ถี่ยิบ จนเกิดข้อสงสัยว่าถ้างานหนักจริง เอาเวลาที่ไหนมา Post บ่อยจัง

หรือบางคนอาจจะได้ยินบทสนทนาในที่ทำงานที่มักจะคุยทับกัน ทำนองว่าเมื่อคืนกลับบ้านกี่โมง เรากลับตี 2 อ้าวกลับตี 2 เหรอ เร็วจัง เรากลับตี 3 ประหนึ่งว่าใครกลับดึกกว่าคนนั้นชนะ เหมือนกับเป็นการบอกว่าเราน่ะทุ่มเทกว่าเธอนะ

ผมมีคนรู้จักที่เคยทำงานที่อยู่ในสภาพแวดล้อมในลักษณะนี้ เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนกลางวัน แทบจะไม่ทำงานกันเลย เดินเล่น เดินคุย ประหนึ่งกลัวว่างานจะเสร็จแล้วจะไม่มีอะไรทำตอนดึก ๆ แต่พอเย็น ๆ ก็จะเริ่มเอางานขึ้นมาทำกันละ จะเริ่มที่จะประชุมกันละ เพื่อจะโชว์ว่านี่ทำงานหนัก ทำงานดึกนะ ใครที่ขยันตั้งใจทำงานกันตอนกลางวัน แล้วพอเย็น ๆ จะกลับบ้าน ก็จะโดนคนกลุ่มนี้มองว่า นี่ไม่ทุ่มเทกับงานนะ เห็นไหมฉันยังทำอยู่เลย คล้าย ๆ อยากโชว์หัวหน้าให้เห็นว่าเห็นไหม ฉันทุ่มเทกับงานแค่ไหน

หรือแม้กระทั่งตัวผมเอง ตอนหนุ่ม ๆ นานมาแล้ว เคยไปสัมภาษณ์งานที่หนึ่ง เจอคนเข้าสัมภาษณ์ แทนที่จะถามเรื่องที่เกี่ยวกับผม แต่กลับมาเล่าถึงเรื่องที่ตัวเองทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนมา 3 วัน ตอนแรกก็เข้าใจว่าอยากให้เรารู้ว่างานมันหนัก แต่สังเกตจากที่เขาพูด ดูเหมือนเขาอยากจะให้เราชมซะมากกว่า ประมาณว่า โอ้โห พี่ทำได้ยังไง ผมชื่นชมพี่มากนะ สีหน้าเขาเหมือนกับเขาภูมิใจประหนึ่งว่าได้รับรางวัลอะไรสักอย่างเลย

ตอนนั้นก็ไม่ได้ชมอะไรเขาเลยนะครับ ออกจะรู้สึกเอียงไปทางสงสารหรือน่าเห็นใจซะมากกว่าว่าอะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น ผมโชคดีมากที่มาทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยมีวัฒนธรรมการแข่งกันนอนดึกแล้วรู้สึกเท่เหมือนบางที่ แต่ไม่ได้บอกว่าทำงานไม่หนักนะครับ บางช่วงบางตอน ภรรยายังทักเลยว่า ดูเหมือนจะหนักว่าตอนทำงาน Office ด้วยซ้ำ คืองานกับชีวิตมันเหมือนเป็นเรื่องเดียวกันไปหมด

ที่เขียนมานี่ ผมก็เข้าใจนะครับ บางคนอาจจะไม่อยากอยู่ดึก ๆ หรอก แต่ทำไงได้ คนอื่นเขาอยู่กันหมด วัฒนธรรมอันนี้ ผมว่าขึ้นอยู่กับผู้นำองค์กรแหละครับ บางทีผู้นำองค์กรบางคนเขามีความเชื่อว่าคนทำงานหนักคือคนเก่ง และตัวเขาก็ขึ้นมาเป็นผู้นำเพราะการทำงานหนัก เขาจึงให้คุณค่ากับการอยู่ดึกจนอาจจะละเลยการดูเหตุผลว่า อยู่ดึกไปแล้วมันได้ผลงานที่ดีจริงหรือไม่

หรืออาจจะเกิดจากการที่องค์กรพยายามจะลดต้นทุนลง คนเลยมีจำนวนไม่พอ ก็เลยอาจจะทำให้คนต้องทำงานหนักกันโดยอัตโนมัติก็ได้ และทำกันบ่อย ๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมว่าการทำงานหนักเป็นสิ่งที่ดี ทั้ง ๆ ที่บางครั้งมันอาจจะไม่ได้จำเป็นเลยก็ได้

เน้นอีกทีนะครับ ถ้าจำเป็นต้องทำ หรือ ทำเพราะอินกับสิ่งที่ทำมาก ๆ ตรงนั้นเข้าใจได้และไม่มีปัญหาเลย แต่ถ้ามันไม่ได้จำเป็นแต่พยายามจะทำเพราะเพียงแค่รู้สึกว่ามันเจ๋ง มันเท่ อันนี้ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าคิดว่าก็ชอบอยากเท่แบบนี้มีอะไรไหม ก็ไม่เป็นไรเลยครับ แต่ละคนสามารถเลือกได้อยู่แล้วครับ เพียงแต่ก็ต้องระวังรักษาสุขภาพกันด้วยก็แล้วกันครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.