อยากเปลี่ยนแปลง ลองเริ่มเปลี่ยนตัวตนก่อน

เคยอยากลดความอ้วน แล้วเริ่มต้นไปได้สักพักก็ล้มเหลวไหมครับ เคยอยากเขียนหนังสือ แต่เขียนได้ไม่กี่วันก็ล้มเลิกไหมครับ หรือเคยอยากทำอะไรสักอย่าง แต่เริ่มไปได้สักพัก เราก็มักจะล้มเลิกไปทุกที ถึงแม้ว่าต่อมาเราจะเริ่มทำใหม่ มันก็ทำได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง

ผมก็เป็นครับ เป็นมานานด้วย และเคยสังเกตตัวเอง ผมจะเป็นกับบางสิ่ง เช่นเรื่องการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเริ่มอย่างไร เดี๋ยวสักพักมันจะหมดไฟ และหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองเป็นประจำ

ผมเคยตั้งข้อสงสัยว่าทำไมกับเรื่องการเขียนหรือการอัด Podcast ผมถึงทำได้ทุกวัน ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย รู้สึกแย่ แค่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำ เหมือนกับเราแปรงฟัน เราก็ทำทุกวันจนไม่ต้องมาตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องแปรงฟัน แต่พอมาเรื่องการออกกำลังกาย มันจะมีคำถามมาตลอดว่า วันนี้จะออกกำลังกายดีไหม และเราจะมีข้ออ้างให้ผัดผ่อนไปเรื่อย ๆ ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศ เช่น ร้อนไป ฝนตก หรือเรื่องอื่น ๆ เช่น วันนี้ทำงานเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวดูหนังก่อนดีกว่า อะไรแบบนี้

ตอนแรกผมก็คิดว่าก็เป็นเพราะว่ามันยังไม่ใช่นิสัยของผมมั้ง ผมเขียนหรืออัด Podcast จนเป็นนิสัยแล้ว แต่ผม่ไม่ได้ออกกำลังกายจนเป็นนิสัย แต่ก็คิดอีกทีว่า แล้วทำไม การออกกำลังกายถึงไม่เป็นนิสัยเหมือนกับการเขียนหรือการอัด Podcast ล่ะ

คำตอบแรกที่ผมคิดได้คือ ก็อาจจะเป็นเพราะเราเขียนหรืออัด Podcast ทุกวัน ว่ากันว่าอะไรที่เราทำติดต่อกันตลอด มันจะกลายเป็นนิสัย แต่ผมพบว่าสิ่งนี้อาจจะยังไม่เป็นจริงเสมอไป ผมเคยออกกำลังกายทุกวันติดกัน 6 เดือน แต่พอหลัง ๆ ก็กลับมาออกบ้างไม่ออกบ้างเหมือนเดิม

แต่สิ่งที่ผมพบจากการอ่านหนังสือชื่อว่า Atomic Habits ที่เขียนโดย James Clear คือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน มันจะต้องเปลี่ยนมาจากตัวตนของเราก่อน อ่านแล้วเข้าใจตัวเองเลยครับว่า ทำไมผมถึงยังเขียนอย่างต่อเนื่อง ทำ Podcast ทุกวันไม่หยุด เพราะผมมักจะเรียกตัวผมเองว่า เป็น “นักเขียน” และ “Podcaster” และไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ คนอื่น ๆ เวลาแนะนำตัวผม เขาก็จะบอกว่าอาจารย์นภดล เป็น อาจารย์ นักเขียน และ Podcaster

พอความเป็นตัวตนของเราคือนักเขียน จึงไม่แปลกครับที่เราจะเขียนอย่างต่อเนื่อง หรือพอเราเชื่อว่าเราคือ Podcaster ก็จึงไม่แปลกที่เราจะอัด Podcast ได้ทุกวัน

แต่กลับมาที่การออกกำลังกาย ที่ผมใช้การวิ่งเป็นหลัก ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นนักวิ่งเลยครับ กลับกันผมพูดอยู่เรื่อย ๆ ด้วยซ้ำว่าผมไม่ใช่นักวิ่ง พอเราเชื่อแบบนี้ มันก็จึงไม่แปลกที่เราจะหาข้ออ้างหรือโอกาสที่จะทำให้เราไม่วิ่งออกกำลังกายอยู่เสมอ

ดังนั้นถ้าเราอยากทำอะไรให้ต่อเนื่องได้จริง ๆ ลองเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนตัวตนเราก่อน อย่างผม ผมก็คงต้องเรียกตัวเองใหม่ว่าเป็นนักวิ่ง ถ้าผมยังอยากวิ่งได้อย่างต่อเนื่องนะครับ คำว่านักวิ่ง ไม่ได้แปลว่า เราจะต้องวิ่งเก่ง วิ่งเร็ว แค่คิดว่าเราคือนักวิ่งก็พอ ดังนั้นถ้าเราเป็นนักวิ่ง เราก็จะวิ่งโดยอัตโนมัติ

ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.