เราจะอยู่รอดในยุค AI กำลังจะครองเมืองได้อย่างไร

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ข้อมูลจากบทความเรื่องนี้มาจากบทความชื่อว่า 10 skills you’ll need to survive the rise of automation ที่เขียนโดย Jeff Desjardins ที่เป็น Founder และ editor ของ Visual Capitalist ซึ่งเขาก็นำข้อมูลมาจากหลายแหล่ง แต่ผมเอามาสรุปแบบง่าย ๆ ว่า เราควรมีทักษะอะไรบ้างภายในปี 2020 ที่จะทำให้เรายังสู้กับ AI ได้

แต่ก่อนไปถึงตรงนั้น ถามว่าแล้ว AI คืออะไร แล้วทำไมต้องไปสู้กับ AI

AI ย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence หรือแปลเป็นไทยว่าปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งว่ากันว่า จะเริ่มเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในขั้นต้น AI ก็จะเริ่มมาทดแทนงานง่าย ๆ ก่อน ประเภทที่ว่าไม่ต้องใช้การตัดสินใจอะไรซับซ้อน แต่ต่อมา AI จะถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ และก็จะมาทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

ดังนั้น ถ้าเรายังอยากไม่ตกยุค เราจึงควรจะต้องเพิ่มทักษะของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่เช่นนั้น เราอาจจะถูกทดแทนโดย AI ได้ และนี่คือทักษะที่เราควรจะมีในปี 2020

1. ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex problem solving)

เช่นการมองข้ามอุตสาหกรรม หรือการหาทางออกของปัญหา ที่มันยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

2. มีความคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking)

คือความคิดที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการตัดสินใจ (อันนี้คิดว่าคงยากหน่อย เพราะ AI มันมีจุดแข็งตรงนี้เช่นกัน) แต่เราอาจจะใช้การตีความต่าง ๆ เข้ามาช่วยได้

3. มีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ก็อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ครับ คือความคิดใหม่ ๆ ต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในอนาคตได้ ถ้าเรามีตรงนี้อยู่ AI ก็อาจจะยังไม่สามารถทดแทนเราได้อย่างสมบูรณ์

4. มีทักษะในการจัดการคน (People management)

อันนี้แหละครับ ที่เราจะชนะ AI ได้ เพราะผมเชื่อว่าคนยังอยากคุยกับคนอยู่ เช่นลักษณะของความเป็นผู้นำที่จะช่วยกระตุ้นให้คนฮึกเหิม แบบนี้ AI ทำได้ยากหน่อย สู้คนไม่ได้ แต่เราก็ต้องมีทักษะตรงนี้ด้วย

5. ทักษะในการประสานงานกับคนอื่น (Coordinating with others)

อันนี้ก็จะเป็นจุดแข็งของเราเช่นกันครับ ใครที่สามารถ connect คนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จะมีจุดเด่น ซึ่ง AI อาจจะทำได้ยังไม่ดีเท่ากับคน

6. มีความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional intelligence)

อันนี้ก็เป็นอีก Area หนึ่ง ที่คนยังน่าจะทำได้ดีกว่า AI เช่นการสร้างความเห็นอกเห็นใจ หรือการสร้างความกระหายที่จะเรียนรู้ พวกนี้ ถ้าเรามีอยู่ AI ก็น่าจะยังสู้เราไม่ได้

7. ความสามารถในการตัดสินใจ (Judgment and decision making)

ถึงแม้ว่าอันนี้มันเป็นจุดแข็งอันหนึ่งของ AI แต่หลาย ๆ งาน บางทีเราจะตัดสินใจผ่านข้อมูลอย่างเดียวก็อาจจะไม่ได้ เช่น เราจะแต่งงานกับใคร แบบนี้ AI อาจจะเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบเรื่องการศึกษา Life style แต่ลึก ๆ ความชอบที่มันมาจากจิตใต้สำนึก มันอาจจะยังเข้าไม่ถึง ตรงนี้เราน่าจะยังเหนือกว่าอยู่ แต่ก็ต้องพัฒนาตนเองนะครับ

8. ความสามารถในการบริการ (Service orientation)

ลองนึกภาพว่าเราจะไปสปา เราอยากจะให้ใครนวดระหว่างเครื่องจักรกับคน ใช่ครับ บางทีเครื่องจักรมันอาจจะนวดได้ดีกว่า แต่สุดท้ายแล้ว มันคุยกับเราไม่ได้ (หรือคุยได้ก็ยังเป็นแบบหุ่นยนต์) มันยังหัวเราะไม่ได้ ตรงนี้คนน่าจะเหนือกว่าอยู่ แต่เราก็ต้องฝึกให้มีทักษะด้านนี้ เพราะถ้าไปถึง มีแต่หน้าตาบูดบึ้ง คนก็อาจจะเลือกเครื่องจักรก็ได้นะครับ

9. ทักษะในการต่อรอง (Negotiation)

ใช่ครับ AI มันอาจจะช่วยหาจุดที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่ายได้ แต่สุดท้ายบางที การต่อรองมันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แบบนั้น มันมีศิลปะอีก เช่น คนนี้ เราสนิทกัน ถึงเราจะเสียเปรียบเรื่องนี้ แต่มิตรภาพระยะยาวยังอยู่ ตรงนี้ AI อาจจะยังเข้าไม่ถึง การต่อรองอาจจะต้องใช้คนอยู่

10. ความยืดหยุ่นในความคิด (Cognitive flexibility)

คือความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น เรากำลังเจอปัญหาแบบนี้ เราต้องทำตัวแบบนี้ คนกำลังทะเลาะกัน อย่าเพิ่งเอาเหตุผลไปอธิบาย ต้องให้เขาเย็นลงก่อน แล้วเหตุผลจึงค่อยมา อะไรแบบนี้ ตอนนี้คนเรายังเหนือกว่า

ลองดูนะครับ พัฒนาตัวเองตอนนี้ได้ ยังไม่สายเกินไปครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.