13 ข้อคิดที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ Tuesdays with Morrie

หนังสือเล่มนี้ผมถือว่าเป็น Best Book of The Year จากหนังสือทั้งหมดที่ผมได้อ่านในปี 2019 เป็นหนังสือที่ชื่อว่า “Tuesdays With Morrie” ครับ
.
หนังสือเล่มนี้ จะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการสนทนาระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ โดยตัวลูกศิษย์ก็คือผู้เขียนหนังสือเล่มนี้นั้นเอง
.
ในสมัยเรียนหนังสือ ผู้เขียนได้สนิทสนมกับอาจารย์ท่านหนึ่งชื่อว่า Morrie แต่หลังจากเรียนจบก็ไม่ได้ติดต่อกันมากนัก จนวันหนึ่งผู้เขียนได้ทราบข่าวว่าอาจารย์ท่านนี้ป่วยหนักแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ผู้เขียนจึงนัดเข้าไปพบอาจารย์ท่านนี้ ได้พูดคุยกัน และนัดหมายเข้ามาพบกันอีกทุก ๆ วันอังคาร รวมแล้วทั้งหมด 13 ครั้ง อาจารย์ท่านนี้ก็เสียชีวิต ผู้เขียนจึงเอาบทเรียนที่ได้เรียนรู้มาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ครับ
.
ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ และพบว่ามีบทเรียนดี ๆ อยู่หลายข้อ จึงขอสรุปข้อคิดและบทเรียนจากหนังสือเล่มนี้ออกมาดังนี้ครับ
.
1. สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเราก็คือการเรียนรู้ที่จะมอบความรักและยอมรับมันกลับมา
.
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะมอบความรักให้กับผู้อื่น เราก็จะสามารถพบกับความสุขได้ ในขณะเดียวกันเราก็ควรต้องเรียนรู้ที่จะรับความรักกลับมาด้วยเช่นกัน อย่ามัวใช้เวลาไปกับความโกรธความเกลียด ที่มีแต่จะทำให้จิตใจเราเศร้าหมอง และเพิ่มความเครียดให้กับตัวเอง
.
2. จำกัดเวลาที่จะเศร้าในแต่ละวัน
.
ในชีวิตเรา ย่อมมีโอกาสที่จะพบเจอกับเรื่องที่ทำให้เราเสียใจ หรือเศร้าใจ หากเราพบเจอกับเรื่องเหล่านั้น มันก็ไม่แปลกที่เราจะต้องการเวลาในการนั่งเศร้าหรือเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แต่เราควรจำกัดเวลาที่จะเสียใจเอาไว้ด้วย ไม่ใช่ว่ามัวแต่นั่งเศร้าเสียใจทั้งวันทั้งคืน เพราะมันไม่ช่วยอะไร และยังทำให้เสียเวลาที่จะเอาไปทำอย่างอื่นอีกด้วย
.
3. หยุดแล้วมองย้อนกลับไป
.
ในบางครั้ง การใช้ชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยการวิ่งวุ่นทำโน่นทำนี่ จนไม่ทันได้หยุดคิด หยุดมอง แล้วสะท้อนถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ลองใช้เวลาในการทำเรื่องเหล่านี้ดูบ้าง มันน่าจะทำให้เราได้รับบทเรียนบางอย่างจากเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต แล้วสามารถนำมันมาปรับใช้กับชีวิตของเราได้ด้วย
.
4. เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะตาย คุณก็จะเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต
.
เหมือนกับการตั้งคำถามว่า หากวันนี้เราอายุ 80 ปี เมื่อมองย้อนกลับมา เราจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำเรื่องอะไรหรือไม่
.
บางครั้งเราก็ใช้ชีวิตของเราผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทันได้คิดว่า จะมีสิ่งใดที่เราจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำมันเมื่อมองย้อนมาจากอนาคตหรือไม่ ลองหัดตั้งคำถามแบบนี้ดู แล้วเราอาจจะพบว่า มีหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ สิ่ง ที่มันมีความหมายสำหรับเรา แต่เราหลงลืมหรือยังไม่ได้ลงมือทำมัน และเมื่อรู้แล้ว ก็จงลงมือทำมัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียดายเมื่อมองย้อนกลับมา
.
5. หากคุณไม่ได้รับการสนับสนุน ความรัก ความเป็นห่วงจากครอบครัว คุณก็เหมือนไม่มีอะไรเลย
.
จงให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากที่สุด เพราะครอบครัวที่ดีก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะส่งเสริมให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตได้ และการที่คุณจะมีครอบครัวที่ดีได้ ก็มาจากการที่คุณให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอย่างดี ดังนั้นจงแบ่งเวลาให้กับครอบครัวอย่างเหมาะสม ให้เวลากับพวกเขา เพราะเมื่อเวลาผ่านไป บางอย่างคุณอาจไม่สามารถทำมันได้อีกแล้ว
.
6. ดึงตัวเองออกมาจากประสบการณ์ของเรา
.
หมายถึงการมีสติ แล้วรู้ตัวอยู่เสมอจากสิ่งที่เราทำ หรือสิ่งที่เราเป็น เช่น หากเรารู้สึกโกรธ ก็ให้บอกตัวเองว่าเรากำลังโกรธอยู่ ในเมื่อเรารู้ตัว ส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้สึกโกรธน้อยลง ซึ่งวิธีแบบนี้ สามารถนำไปปรับใช้ได้กลับในทุก ๆ เรื่อง เพื่อสร้างสติ แล้วทำให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่เราทำ
.
7. อย่ากลัวที่จะแก่ ยิ่งคุณโตขึ้น คุณยิ่งเรียนรู้มากขึ้น
.
หลายคนอาจกลัวความแก่ กลัวว่าความแก่จะทำให้เราอ่อนแอลง หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้น้อยลง แต่อยากให้ลองมองในแง่บวกบ้าง การที่คุณแก่ลง นั่นหมายถึงว่าคุณได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากขึ้น หากคุณใช้เวลาทบทวนเรื่องเหล่านั้น คุณก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจงอย่ากลัวความแก่ แต่ให้เรียนรู้ และใช้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ได้ด้วย
.
8. สิ่งที่จะทำให้เรามีความสุข ก็คือการให้สิ่งที่ควรให้แก่ผู้อื่น
.
การให้ นอกจากจะทำให้ผู้รับมีความสุขแล้ว ตัวผู้ให้เองก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน ลองมองหามุมของการเป็นผู้ให้ในแบบของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการให้สิ่งของ การให้คำแนะนำ การให้ความรู้ หรืออะไรก็ได้ที่จะช่วยสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับผู้รับ แล้วคุณจะพบว่า ตัวคุณเองนั่นแหละที่จะมีความสุข แล้วอยากทำสิ่งนั้น ๆ ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
.
9. คุณควรให้ความสำคัญกับคนที่คุณอยู่ด้วย
.
เมื่อคุณอยู่กับใคร ก็จงให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้า อย่ามัวแต่ใจลอย อย่ามัวแต่คิดเรื่องอื่น ๆ หรืออย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์ เช่น เมื่อมีเวลาได้อยู่กับลูก ก็จงใช้เวลากับพวกเขาอย่างจริงจัง ไม่ใช่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ต่างคนต่างเล่นโทรศัพท์มือถือ
.
10. การแต่งงานเรื่องสำคัญมาก ๆ เรื่องหนึ่งในชีวิต
.
การที่เราได้อยู่กับคนหนึ่งคน ซึ่งเป็นคนที่เรารัก เป็นคนที่รักเรา เป็นคนที่พร้อมสนับสนุนเรา เป็นคนที่พร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเรา สิ่งนี้จะช่วยให้ชีวิตของคุณมีคุณค่า และมีความสุข มีคำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ แต่ไม่ได้อยู่ในหนังสือเล่มนี้ กล่าวเอาไว้ว่า “อย่าแต่งงานกับคนที่สามารถเราอยู่ร่วมด้วยได้ แต่ให้แต่งงานกับคนที่คุณจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีเขา”
.
11. ลงทุนในผู้คนเพื่อสร้างสังคมเล็กๆของคนที่คุณรักและคนที่รักคุณ
.
มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ดังนั้นเราจึงต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น แต่มันจะดีกว่าไหม หากเราสามารถอยู่ในสังคมเล็ก ๆ ที่มีแต่คนที่คุณรักและคนที่รักคุณเท่านั้น ลองปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ปรับเปลี่ยนมุมมอง แล้วใช้เวลาไปกับผู้คนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงหรือลดเวลาที่เราจะใช้ไปกับคนที่คุณไม่ชอบ หรือคนที่ไม่ได้ชอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัวก็ตาม
.
12. ให้อภัยตัวเองและผู้คนรอบ ๆ ตัวคุณ
.
เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า การที่เราให้อภัย ไม่ได้เป็นการช่วยคนอื่น แต่เป็นการช่วยปลดปล่อยตัวเราเองจากความรู้สึกแย่ ๆ ต่างหาก ดังนั้นจงฝึกตนเองให้รู้จักการให้อภัย แล้วเราจะพบกับความสุขได้มากขึ้น
.
นอกจากการให้อภัยผู้อื่นแล้ว การให้อภัยต่อตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่าโกรธหรือโทษตัวเองจนมากเกินไป แต่ให้ลองให้อภัยกับตัวเอง แล้วจึงมองหาบทเรียนที่ได้เรียนรู้ เพื่อที่จะไม่ทำเรื่องเดิม ๆ ซ้ำอีก
.
13. ถ้าคุณมี 1 วันที่ร่างกายมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง คุณจะทำอะไร
.
เป็นคำถามที่ผู้เขียน ถามกับอาจารย์ Morrie ที่กำลังป่วยหนัก ซึ่งอาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า ก็จะเป็นวันธรรมดา 1 วันเท่านั้น เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้น
.
ข้อนี้สอนมุมมองให้กับผมว่า จริง ๆ แล้วในชีวิตเรา แค่การมีวันธรรมดา 1 วัน การได้ใช้ชีวิตแบบธรรมดา ไม่ต้องมีอะไรพิเศษมากมาย แค่นี้ก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้แล้ว
.
เราลองคิดถึงในวันที่เราป่วย สิ่งที่เราต้องการในวันนั้นก็แค่ ขอให้กลับมาหายดีก็พอแล้ว ดังนั้นจงมีความสุขกับความธรรมดาของชีวิต โดยไม่ต้องไปโหยหาสิ่งพิเศษใด ๆ
.
ก็เป็น 13 ข้อ ที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้ ลองนำมันไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราดูนะครับ
.
ขอขอบคุณ Page Lesson One ที่กรุณาสรุปจาก Nopadol’s Story Podcast Episode นี้ด้วยนะครับ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify หรือ Youtube

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.