10 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ The Algebra of Happiness

สารภาพก่อนว่าตอนซื้อเล่มนี้มาไม่รู้เลยว่า Professor ท่านนี้ที่ืชื่อ Scott Galloway เขียนหนังสือที่ดังมากชื่อ The Four ที่พูดถึงบริษัทระดับโลก อย่าง Amazon Google Facebook และ Apple แต่ที่ซื้อเพราะเห็นชื่อหนังสือแล้วชอบ ตอนนี้กำลังสนใจเรื่อง Happiness เปิดดูผ่าน ๆ แล้วหัวข้อน่าสนใจ

แต่พอเปิดอ่านแล้ว ชอบเลยครับ อ่านรวดเดียวจบ ผมว่าส่วนหนึ่งคือ Background อาชีพคนเขียนตรงกับผม มันเลย relate ความคิดกันง่าย (คนอื่นอ่านอาจจะเฉย ๆ ก็ได้นะครับ)

คนเขียนเป็นอาจารย์ใน Business School ที่ New York University ครับ แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรง แต่พูดถึงการใช้ชีวิตมากกว่า

เอาแค่ Background แกก็ทึ่งแล้วครับ เช่น ตอนจบ ม.ปลาย ไปสมัคร UCLA เขาไม่รับ พ่อเลยให้ไปทำงานจัดชั้นร้านขายของชำ… แกเลยเขียนไปหา UCLA อีกว่า ถ้าไม่รับ แกต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่จัดชั้นในร้านขายของชำ UCLA ก็เลยรับ!

แล้วไม่ใช่ว่า จะทำตัวดี ตั้งใจเรียนนะครับ… คนอื่นเรียนจบ 4 ปี แกเรียน 5 ปี แล้วที่จบนี่คือไปขอเกรดอาจารย์ บอกว่าแกได้งานแล้ว ปล่อยแกไปเหอะ อย่างงี้เลย มาถึงงาน แกเข้า Merrill Lynch ซึ่งคนที่ทำงานสายการเงินคงทราบว่านี่คือบริษัทที่หลายคนอยากเข้า แต่แกบอกว่าที่เข้าได้เพราะบังเอิญ Manager ที่สัมภาษณ์แกเคยอยู่ทีมแข่งพายเรือในมหาวิทยาลัย เหมือนกับแกเท่านั้นแหละ ทำนองรุ่นพี่ชมรมอะไรทำนองนั้น…

เอาล่ะครับ นอกจาก Background ที่สุดแสนจะโลดโผนแล้ว สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้มีดังต่อไปนี้ครับ

1. เราควรมี Work – Life Balance แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเท่ากันตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต ทำงานให้หนักตอนหนุ่ม ๆ เราจะได้ใช้ชีวิตได้มากขึ้น ตอนเราอายุมากขึ้น

2. เงินสามารถซื้อความสุขได้ถึงจุดหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีเงินมากกว่าจุดนั้นไปแล้ว เงินที่มากขึ้น จะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

3. ให้เรารีบเอาเงินไปลงทุนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะยิ่งลงทุนเร็ว ผลตอบแทนที่ทบต้นจะส่งผลได้เยอะมาก

4. ความอดทนหารด้วยความล้มเหลว จะเท่ากับ ความสำเร็จ แปลว่าถ้ายิ่งเราอดทน เราจะยิ่งสำเร็จ และ ยิ่งเราล้มเหลวบ่อยเท่าไร แล้วเราเรียนรู้ เราก็จะยิ่งสำเร็จ

5. อย่าไปหาสิ่งที่เราลุ่มหลง ให้ไปหาสิ่งที่เราเก่ง ทำสิ่งนั้น แล้วเราจะสำเร็จ แล้วเราก็จะหลงรักคำชมที่เราจะได้จากความสำเร็จนั้นเอง

6. จงเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าเราสมควรจะได้รับสิ่งที่เราได้รับ (อย่ามีอาการที่เรียกว่า Imposter Syndrome)

7. อยากรู้ว่าเราควรเป็นผู้ประกอบการไหม ถามตัวเอง 4 คำถามคือ 1) เรากล้าพอที่จะทำงานแล้วอาจจะไม่ได้เงินเป็นผลตอบแทนกลับคืนมาไหม 2) เรากล้าจะเป็นคนที่คนอื่นรู้จักไหม 3) เราชอบการขายไหม 4) เรากล้าเสี่ยงไหม

8. โชคดีมาจากความกล้า เราลองกล้าไปบอกชอบคนที่เราแอบชอบ ไปขอขึ้นเงินเดือนจากหัวหน้า เราอาจจะได้สิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้มา

9. การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา คือการตัดสินใจเลือกคนที่จะมาเป็นพ่อหรือแม่ของลูกเรา (ไม่ใช่แค่ตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับใครเท่านั้น)

10. อยากมีชีวิตคู่ที่มีความสุข ให้ทำ 3 อย่าง 1) อย่ามานั่งนับคะแนนกันว่า ใครทำอะไรให้มากกว่าหรือน้อยกว่ากัน 2) อย่าปล่อยให้ภรรยาหนาวหรือหิว 3) บอกรักให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ก็เป็นอีกเล่มที่อ่านแล้วได้ข้อคิดดีพอสมควรเลยครับ อย่างว่าอาจจะเป็นเพราะคนเขียนเป็นอาจารย์ Business School เหมือนกับผมก็ได้เลยชอบเป็นพิเศษ แถมเรื่องราวประวัติของเขาก็น่าสนใจดี ลองหาอ่านกันดูได้นะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือ Twitter Nopadol’s Story หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.