คำตอบสั้น ๆ ของคำถามอันยิ่งใหญ่ หนังสือเล่มสุดท้ายของ Stephen Hawking

ผมว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อปรมาจารย์ทางด้านคณิตศาสตร์และจักรวาล อย่าง Stephen Hawking มาบ้างแล้ว Professor Hawking เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และทำการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับจักรวาล สำหรับผม ผมจัดให้ Professor ท่านนี้ อยู่ในระดับเดียวกันกับไอน์สไตน์เลยนะครับ ผมเกิดไม่ทันยุคที่ไอน์สไตน์ยิ่งใหญ่ แต่เกิดทันยุคที่ Professor Hawking ยิ่งใหญ่

อย่างแรกก่อนเลย คือผมชอบคณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์ ตั้งแต่เด็ก ๆ เช่นกัน แต่ยังไม่ชอบขนาดที่ยึดเป็นอาชีพอย่างที่ Professor Hawking ทำ หนังที่ชอบดูก็พวกย้อนเวลาหาอดีต ขึ้น Time Machine อะไรทำนองนั้นนั่นแหละครับ หนังในดวงใจก็เช่น Back to the Future ทั้ง 3 ภาคเลย และหนังสือที่ชอบอ่าน แนว ๆ นี้ก็มีหลายเล่ม รวมทั้ง The Brief History of Time ซึ่งก็แต่งโดย Hawking นี่แหละครับ

จนกระทั่งมาเจอหนังสือเล่มนี้…

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า Brief Answers to the Big Questions ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของ Professor Hawking ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะซื้อมาอ่าน และเช่นเคย อ่านแล้วประทับใจมาก

ยอมรับครับว่า มีบางส่วน อ่านแล้วงง เพราะเขาพูดถึงทฤษฏีอะไรที่มันซับซ้อนเกินไป พูดถึงทฤษฎีสัมพันธภาพ และคณิตศาสตร์ขั้นสูง
แต่ต้องบอกว่า มันเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่อ่านแล้ว ไม่งง แถมประทับใจอีกต่างหากว่า โห คิดได้ไงเนี่ย

ผมคงไม่สามารถสรุป หนังสือเล่มนี้ได้ทั้งเล่มหรอกนะครับ แต่จะคัดเลือกเอามาเป็นแนวคำถาม คำตอบ ที่มีสอดแทรกในหนังสือ มาสรุปให้อ่านสั้น ๆ ดีกว่า

เอาเป็นว่า เราเริ่มกันเลยละกัน…

ความฝันสมัยเด็กของ Hawking คืออะไร และมันกลายเป็นจริงไหม

Professor Hawking ฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาบอกว่า เขาไม่ใช่นักเรียนที่เก่งนักตอนที่เขาเรียนในโรงเรียน คืออยู่ประมาณกลาง ๆ เท่านั้น แถมงานที่เขาทำยังไม่ค่อยเรียบร้อย และลายมือก็แย่ แต่เขาก็มีเพื่อนที่ดี ๆ หลายคนในโรงเรียน โดยหัวข้อที่เขาและเพื่อน ๆ ชอบคุยกัน คือเรื่องจุดเริ่มต้นของจักรวาล และนี่คือจุดเริ่มของความฝันของเขา และมันก็กลายเป็นความจริงในที่สุด

Hawking คิดอย่างไรกับเรื่องพระเจ้า ในตอนกำเนิดและสิ้นสุดของจักรวาล และถ้าพระเจ้าทรงมีอยู่จริง และ Hawking สามารถพบกับพระเจ้าได้ Hawking จะถามอะไรจากท่าน

ต้องบอกก่อนนะครับ (กลัวดราม่า) ว่าหัวข้อนี้ ค่อนข้าง Sensitive มาก ๆ เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อทางศาสนา แต่นี่คือหนึ่งในเนื้อหาของหนังสือ ผมขอเป็นแค่ผู้เล่าให้ฟังว่า Hawking เขามีแนวคิดอย่างไร จะถูกผิดอย่างไร แล้วแต่แต่ละท่านจะตีความได้เลยครับ
Hawking ตอบว่า จริง ๆ คำถามคือ เราเชื่อว่าจักรวาลเกิดจากพระเจ้าทรงสร้างขึ้นด้วยเหตุผลที่เราไม่อาจจะทราบได้ หรือ จักรวาลถูกสร้างขึ้นตามกฏทางวิทยาศาสตร์ สำหรับตัว Hawking เอง เชื่อแบบหลังมากกว่า หรือ เราอาจจะคิดว่า กฎทางวิทยาศาสตร์ คือ พระเจ้า ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะไม่สามารถพบและถามพระเจ้าได้ แต่ถ้าได้พบจริง ๆ คำถามที่ Hawking อยากทราบคือ ว่าท่านทรงคิดสิ่งที่ซับซ้อนอย่าง M-theory ใน 11 มิติได้อย่างไร (อย่าถามว่า M-Theory คืออะไรกับผมนะครับ Google เอาตามสะดวกครับ)

อะไรที่เกิดก่อน Big Bang

คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่มีความหมาย เหมือนเราถามว่า ทิศใต้ของขั้วโลกใต้ อยู่ตรงไหน (คือ มันไม่มีทิศใต้ของขั้วโลกใต้ ทุกทิศ มันอยู่ทางเหนือหมด) เช่นเดียวกัน แนวคิดเรื่องเวลา มันไม่มีก่อน Big Bang เวลามันเกิดขึ้นหลังจากมีจักรวาลเกิดขึ้นแล้ว (อันนี้แนะนำไปอ่านในหนังสือนะครับ ผมเชื่อว่าหลายคนจะงงกับแนวคิดนี้มาก ว่า อะไร “เวลา” มันมีจุดเริ่มต้นได้ด้วยเหรอ คำตอบคือ Hawking เชื่อแบบนั้นครับ)

ถ้ามีสิ่งที่มีชีวิตที่มีสติปัญญาที่อยู่นอกโลก มันจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับสิ่งที่เราเข้าใจ หรือแตกต่างไปอย่างมาก

คำถามนี้ Hawking ถามกลับว่า โลกเราเคยมีสิ่งที่มีชีวิตที่มีสติปัญญากับเขาด้วยเหรอ (เจ็บเลย 555) แต่เขาก็บอกว่า ถ้ามันมีอยู่จริง ก็คงอยู่ไกลจากเรามาก ๆ เพราะถ้าอยู่ใกล้ ๆ ป่านนี้ เขาคงมาเยี่ยมเราแล้ว และ Hawking เชื่อว่า ถ้าเขาจะมา เราจะรู้แน่ ๆ คล้าย ๆ กับในหนังสือที่ชื่อว่า Independence Day (ใครยังไม่ได้ดู แนะนำเลยครับ สนุกดี)

กฎของจักรวาลสามารถทำให้เราทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคตได้หรือไม่

Hawking ตอบคำถามข้อนี้ว่า ได้ กับ ไม่ได้ คือ ตามหลักการแล้ว สามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การคำนวณมันจะยากจนเกินไปที่เราจะทำได้ (หรือผมสรุปเพิ่มว่า จริง ๆ คือทำได้ แต่คนเรายังไม่ฉลาดเพียงพอก็ได้)

การตกลงไปในหลุมดำ ถือว่าเป็นข่าวร้ายของนักท่องอวกาศ ใช่หรือไม่

Hawking บอกว่า ใช่แน่ ๆ เพราะถ้าเป็นหลุมดำเล็ก ๆ ร่างกายเขาจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นสปาเก็ตตี้เล็ก ๆ ก่อนที่จะเข้าสู่หลุมดำ (น่ากลัวเชียว) แต่ถ้าถ้าเป็นหลุมดำใหญ่ ๆ เขาจะเข้าไปในหลุมดำได้สบาย ๆ แต่จะถูกอัดจนไม่เหลืออะไรเลย เมื่อเข้าสู่หลุมดำ (โหดทั้งสองแบบ ว่างั้น)

เราควรจัดปาร์ตี้สำหรับคนที่ย้อนเวลาได้ไหม แล้ว Hawking คิดว่าจะมีใครมาไหม

ฟังดูคำถามนี้ เหมือนจะถามขำ ๆ แต่ปรากฏว่า Hawking บอกว่า เขาเคยจัดปาร์ตี้แบบนี้จริงในปี 2009 หลายคนอาจจะสงสัยว่า จัดยังไง คือเขาจัดปาร์ตี้นี้เสร็จแล้ว เขาค่อยส่งจดหมายเชิญทีหลัง คือถ้ามีใครมา แปลว่า เขาจะต้องย้อนเวลาได้แน่ ๆ เพราะว่าเขาได้รับจดหมายเชิญที่บอกวัน เวลา สถานที่ ทีหลังจากที่จัดงาน Hawking บอกว่าเขาผิดหวัง แต่ไม่ประหลาดใจ เพราะเขาคิดว่าการย้อนเวลาจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าข้อสมมุติฐานของเขาถูก (ข้อสมมุติฐานของเขาคืออะไร ลองอ่านในหนังสือดูนะครับ เขียนตรงนี้ มีงงกันแน่ ๆ ครับ)

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะเกิดกับโลกของเราในอนาคตคืออะไร

อย่างแรก Hawking พูดถึงเรื่องอุกาบาตจะพุ่งชนโลก เพราะเราไม่มีทางจะป้องกันตัวเองได้เลย แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อ 66 ล้านปีก่อนที่ทำให้ไดโนเสาร์หายไปจากโลก แต่อันที่จะน่ากลัวสำหรับเรา คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศของโลก ซึ่งถ้าอุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ก็จะทำให้น้ำแข็งละลาย และเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง Hawking บอกว่ามันจะทำให้บรรยากาศเราเหมือนดาวศุกร์ที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส

ตอนนี้ยุคของการท่องอวกาศได้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว คิดว่าสิ่งนี้มีความหมายอย่างไรกับเรา

Hawking ตอบว่า เขารอคอยเวลาในการท่องอวกาศ และอยากจะเป็นคนแรกที่ซื้อตั๋วไปด้วย เขาคิดว่าภายในระดับประมาณร้อยกว่าปีหลังจากนี้ เราจะสามารถไปไหนก็ได้ในระบบสุรยะจักรวาล และอีกประมาณ 500 ปี เราน่าจะไปนอกจักรวาลเราได้ แต่มันจะไม่เหมือนในหนัง Star Trek เราคงไม่สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น เขาคิดว่าเราคงใช้เวลาระดับ 10 ปีขึ้นไปในการเดินทาง

ทำไมเราต้องไปกลัวปัญญาประดิษฐ์ด้วย ในเมื่อในที่สุดแล้ว เราก็ดึงปลั๊กออกได้ (คือหยุดพวก AI เหล่านี้ได้จากการตัดแหล่งพลังงาน เช่น ไฟฟ้า ออก)

Hawking ตอบแบบนี้ครับว่า เราถามคอมพิวเตอร์ว่า “พระเจ้ามีจริงไหม” และคอมพิวเตอร์ก็ตอบว่า “ตอนนี้มีแล้ว” (คือคอมพิวเตอร์นั่นเอง) และหลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็เชื่อมต่อปลั๊กให้สนิท (คือทำให้เราไม่สามารถดึงปลั๊กออกได้)

ความคิดใดที่ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กที่ Hawking อยากให้เกิดขึ้นโดยมนุษย์

คำตอบของ Hawking คือเขาอยากเห็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มีไม่จำกัด เขาคิดว่ารถควรใช้ไฟฟ้า และพลังงานนิวเคลียร์ควรถูกนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน ที่จะไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำให้โลกร้อน

นี่คือคำตอบสั้น ๆ ของคำถามที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของอัจฉริยะอย่าง Professor Hawking สิ่งที่น่าเสียดาย (อย่างน้อยสำหรับผมคนหนึ่งล่ะ) คือผมคิดว่า Professor Hawking น่าจะได้รับรางวัล Nobel Prize ซึ่งตอนนี้หมดสิทธิแล้ว เพราะรางวัลนี้เขาจะให้เฉพาะคนที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น

และสิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่าง ที่ผมอ่านตอนสุดท้ายของหนังสือ ที่ลูกสาวของ Hawking เขียนถึงพ่อเขาคือ เขาบอกว่า พ่อเขามักจะเขียนหรือพูดว่า “ถ้า” สิ่งที่เขาทำนี้มีประโยชน์ต่อคนอื่น ลูกสาว Hawking บอกว่า Hawking คงเป็นคนเดียวในโลกที่ใส่คำว่า “ถ้า” ลงในประโยคนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ถ่อมตัวมาก

ขอถือโอกาสอำลาอัจฉริยะอีกคนของโลกอย่าง Professor Stephen Hawking อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขอขอบคุณสำหรับความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติด้วยครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published.